สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง Header


ปฏิทินงาน ส.ปชส.


บทความประชาสัมพันธ์



User Login
Name : 
Pwd : 
job : 

เข้าสู่ระบบ NDC



บทความเรื่อง : การใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด

เรียบเรียงโดย : ทิชากร อินต๊ะสืบ

 ปัจจุบันประเทศไทยได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อถนน และเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนน และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีบำรุงรักษาถนนโดยตรง รัฐจึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการควบคุม กำกับ ดูแล และแก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดขึ้นมา

          มาตรการที่รัฐนำมาใช้ในการควบคุม กำกับ ดูแล และแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด คือ ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งวางหลักกฎหมายไว้ว่า เพื่อรักษาทางหลวง ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามใช้ยานพาหนะบนทางหลวง โดยที่ยานพาหนะนั้นมีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา ๗๓/๒ จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกริบรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิดด้วย

          สำหรับการกำหนดพิกัดน้ำหนักยานพาหนะและน้ำหนักบรรทุกของรถบรรทุกแต่ละชนิดนั้น รายละเอียดเป็นไปตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายบนทางหลวงชนบทในเขตความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งในปัจจุบันพิกัดน้ำหนักยานพาหนะและน้ำหนักบรรทุกใช้บังคับกับยานพาหนะ ๓ ประเภท คือ ๑.ยานพาหนะชนิดรถเดี่ยว ๒.ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง ๓.ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง

          ดังนั้น ในฐานะที่ประชาชนทุกคนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเสียภาษีบำรุงรักษาถนน จึงควรร่วมกันรักษากฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน และถ้าพบการกระทำความผิดก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท ณ แขวงทางหลวงชนบท หรือหมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวงชนบท ๑๑๔๖ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายเอาตัวผู้กระทำความผิดที่เห็นแก่ตัวมาลงโทษ ซึ่งผู้แจ้งเบาะแสในการจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษมีสิทธิได้รับเงินสินบนนำจับเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจด้วย หากศาลพิพากษาลงโทษปรับผู้กระทำผิดและมีการชำระค่าปรับแล้ว ถ้าเราทุกคนร่วมกันสอดส่องดูแลถนนหนทางที่ท่านใช้อยู่ก็จะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานสำหรับการสัญจรได้อีกนาน และยังเป็นการลดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

 


นานาสาระ บทความน่ารู้

  • 116-สัญญาประชาคม สัญญาใจ ไทยทั้งชาติ
          ความสามัคคีปรองดอง นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเชื่อมั่นว่า คนไทยจะอยู่ร่วมกันในสัวคมด้วยความสงบสุข สอดคล้องกับวิถีชีวิตและจารีตประเพณีอันงดงามที่สั่งสมมาอย่างยาวนานตามประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
          วันที่ : 20-11-60
  • 115-การไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งให้แก้ไขทรัพย์สินริมทางหลวง
          กิ่งไม้หักทับคนเสียชีวิต ป้ายโฆษณาหล่นทับคนบาดเจ็บสาหัส หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ของเจ้าของต้นไม้ หรือเจ้าของป้ายโฆษณา ผู้เป็นเจ้าของที่ไม่ดูแลทรัพย์สินย่อมต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายหรือผู้เสียชีวิตด้วย ถ้าหากว่าเหตุการณ์นี้เกิดบนทางหลวง ผู้ที่ต้องรับผิดก็คือผู้ดูแลรักษาถนน
          วันที่ : 15-09-60
  • 114-การใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
          ปัจจุบันประเทศไทยได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อถนน และเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนน
          วันที่ : 07-09-60
  • 113-การใช้ยานพาหนะบนทางที่ยังไม่เปิด
          “อันตรายห้ามเข้า” “ทางอยู่ระหว่างก่อสร้างยังไม่ได้เปิดให้ใช้สัญจร” “เขตก่อสร้างอันตรายห้ามเข้า” หรือป้ายเขียนข้อความอีกมากมายซึ่งใช้สื่อความหมายว่าถนนดังกล่าวยังไม่พร้อมใช้งาน การฝ่าฝืนป้ายเตือนเข้าไปใช้ยานพาหนะบนถนนดังกล่าว
          วันที่ : 28-08-60
  • 112-ความหลากหลายทางชีวภาพ
          ความหลากหลายทางชีวภาพ หมายถึง การมีชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดมาอยู่รวมกัน ณ สถานที่หนึ่งหรือระบบนิเวศใดระบบนิเวศหนึ่ง ทั้งนี้เราสามารถจัดแบ่งความหลากหลายทางชีวภาพได้เป็น 3 ลักษณะ คือ
          วันที่ : 17-08-60
  • 111-การกีดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำ
          กระแสน้ำพัดถนนจนถนนสายนั้นขาด ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ คงเป็นภาพที่คุ้นตาผ่านทางจอโทรทัศน์ในช่วงที่เกิดอุทกภัยใหญ่ เมื่อน้ำไหลมาถนนก็จะสลายไป นับว่าเป็นข้อเท็จจริงอันไม่อาจปฏิเสธได้และเพื่อรักษาทางหลวงให้มีสภาพดีพร้อมสำหรับการคมนาคม
          วันที่ : 17-08-60

เลือกหน้าแสดงบทความ  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16