ความยากจนสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้โอกาส และการปลดปล่อยศักยภาพของตน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และประชาชนสามารถช่วยตนเองได้

นิยามความยากจน
สาเหตุของความยากจน
แนวทางแก้ไขปัญหา
การเขียนแผนธุรกิจ
การทำขยะหอม

 

 

นมข้าว
ฟื้นภูมิปัญญาให้ชาวบ้าน สร้างงานให้ชุมชน

          สมัยก่อนคิดว่าทุกคนคงรู้จักคำว่า "มทุปายาท" ข้าวที่กวนด้วยน้ำนมวัว ซึ่งนางสุชาดานำไปถวายพระพุทธเจ้า ด้วยเข้าใจว่าเป็นเทวดา  ส่วนในเมืองไทยครั้งโบราณก็ปรากฏว่ามีการนำข้าวมากวนจนเหนียวราดด้วยกระทิ กรรมวิธีการทำคล้าย ๆ  กับการทำขนมเปียกปูน   แต่ปัจจุบันได้สูญหายไป เพราะหาคนทำยาก รสชาดไม่อร่อย   ประกอบกับวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้าไปถึงหัวไร่หัวนา ค่านิยมในการบริโภคของคนจึงเปลี่ยนไปอย่างยากต่อการควบคุม ทำให้ลืมของดีเหล่านี้ไป

          เป็นที่ดีใจว่า ขณะนี้คนกลุ่มหนึ่ง  โดยกลุ่มนักศึกษา  ผู้นำท้องถิ่น   โปรแกรมพิเศษพัฒนาชุมชน สถาบันราชภัฎปทุมธานี   ได้มองเห็นคุณค่าของ  "นมข้าว" อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาแต่อดีต จึงได้ร่วมกันฟื้นอีกครั้งหนึ่ง โดยร่วมกันสร้างสรรค์ตามรูปแบบที่เรียกว่า "วิสาหกิจชุมชน"ซึ่งเป็นภาคการผลิตจากรากฐานของชุมชนที่เห็นคุณภาพชีวิต และสวัสดิการสังคมมากกว่าเรื่องธุรกิจ โดยกำหนดมาจากปัจจัยในท้องถิ่นคือภูมิปัญญา  แรงงาน ความรู้และวัตถุดิบ เพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน นักศึกษากลุ่มนี้ จะเป็นผู้นำท้องถิ่นในระดับต่าง ๆ กัน เช่น อบต. เทศบาล ตลอดจนผู้นำชุมชน ซึ่งรู้สภาพปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

          นายกิตติศักดิ์ ขุนทองไทย นักส่งเสริมธุรกิจชุมชน ปทุมธานี กล่าวว่า ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ผลิตน้ำนมข้าวกระยาคูกันเลย พวกเรากลุ่มนักศึกษาได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัยหลาย ๆ    ตัวไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ ภูมิความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตลอดจนถึงการตลาด ในที่สุดก็มาลงตัวที่การผลิต "น้ำนมข้าวกระยาคู" ซึ่งได้ลองผิดลองถูกกันอยู่หลายครั้ง จึงจะสำเร็จตามแบบฉบับโบราณ ในการผลิตนั้นจะนำข้าวที่มีอายุเพียง 3 เดือนมาบดคั้นเอาน้ำ ในสมัยก่อนเขาบดทั้งใบทั้งต้น   ทำให้น้ำออกมาเป็นสีเขียว รสชาดไม่ดี เราจึงเอาเฉพาะรวงข้าวเท่านั้น พอได้น้ำนมข้าวมาแล้วเราก็จะไม่แต่งรสแต่สีอะไรทั้งสิ้น เพราะเราต้องการขายสุขภาพ ขายธรรมชาติแท้ ๆ   การคัดเลือกข้าวเป็นเรื่องที่เราใส่ใจเป็นพิเศษ  สิ่งแรกคือต้องเป็นข้าวที่มีอายุเพียง  3   เดือน  เพราะเป็นช่วงที่ข้าวสะสมอาหารได้เต็มที่ ไม่เป็นแป้ง ประการถัดมาต้องเป็นข้าวที่ปลูกโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี หรือใช้สารเคมีใด ๆ เพราะจะทำให้สารตกค้าง "น้ำนมข้าวที่ได้มาเก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค" ข้าวจากชาวนาที่นำเข้าโครงการจึงต้องเป็นผู้ที่ทำนาแบบธรรมชาติแท้ ๆ ด้วยเหตุนี้น้ำนมข้าวกระยาคูของเราจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าเทียบเท่าน้ำนมมารดา   และยังมีสารอาหารที่ทำให้ผมดกกำได้อีกด้วย จะด้อยกว่าก็ตรงที่ น้ำนมมารดามีภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติมากกว่า ส่วนชาวนาที่เรารับซื้อข้าวอยู่ ซึ่งขณะที่มีอยู่ประมาณ 10 ราย ทั้งในจังหวัดปทุมธานี และอยุธยา   ก็จะได้ประโยชน์หลายอย่าง เพราะเรารับซื้อโดยไม่ต้องรอราคาประกัน อีกอย่างหนึ่งข้าวในระยะ 3 เดือนเป็นช่วงที่เนื้อหอมจึงมักมีหนู แมลงชอบกิน การตัดข้าวในช่วงนี้จึงเป็นการประกันการสูญเสียข้าวไปได้เป็นอย่างดี

          คุณกิตติศักดิ์  ขุนทองไทย   ยังเล่าต่ออีกว่า  ในขบวนการผลิตนั้นในระยะแรก ๆ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบด ที่ต้ม    ที่ปิดผาขวดก็ปรับปรุงดัดแปลงกันขึ้นมาเอง ขณะนี้สามารถผลิตได้ถึงวันละ 2,000 ขวด เราจะมีการปรับปรุงระบบการผลิตให้ได้มาตราฐาน ซึ่งคาดว่ากลางเดือน พฤศจิกายนนี้ จะได้รับการรับรองมาตราฐานอาหารและยา (อ.ย.)

          คุณอริสา จันทร์หอม   ฝ่ายการตลาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปทุมธานี เล่าเพิ่มเติมว่า เราทดลองการตลาดแรก ๆ  ก็ด้วยการนำไปออกร่านในงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับการต้อนรับด้วยดี ลูกค้าส่วนใหญ่พูดว่า พอเห็นชื่อก็สะดุดตา   ชื่อมันบ่งบอกถึงภูมิปัญญา ของดั้งเดิม ทุกวันนี้คนเริ่มหันมาสนใจสุขภาพกันมากและมีความเชื่อเป็นทุนอยู่แล้วว่า   ของเดิม ของโบราณ ของที่ผลิตจาก ธรรมชาติจะเป็นของดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า "น้ำนมข้าว"  คนที่พอมีอายุหน่อยจะรู้สรรพคุณอยู่แล้ว แต่ยังขาดสินค้าให้จับต้องได้ ดังนั้นพอเรานำ   "น้ำนมข้าวกระยาคู" ออกตลาด คนเห็นก็บอกว่า "ใช่เลย" ขณะนี้ได้รับโอกาสจากปั๊มบางจากทั้งในกรุงเทพและปริมณฑลให้เรานำไป วางจำหน่ายได้ ซึ่งจะทำให้ตลาดกว้างขวางขึ้น

          ก่อนจะลากลับ   ในเที่ยงวันนั้นทดลองดื่ม "น้ำนมข้ากระยาคู" ไปหนึ่งขวดไม่อยากโม้ก็ต้องโม้ "สดชื่น และอิ่มท้องดีจริง ๆ" หน่วยงานหรือใครก็ตามที่สนใจนำน้ำนมข้าวกระยาคูไปจำหน่ายหรือต้องการศึกษาเรียนรู้     ติดต่อไปที่   นักศึกษากลุ่มผู้นำท้องถิ่น 0-2529-3914 หรือ คุณอริสา จันทร์หอม การตลาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ปทุมธานี 0-1430-7319

ที่มา: http://www.chumchonthai.or.th 

จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์สารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 - 6 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738