ความยากจนสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้โอกาส และการปลดปล่อยศักยภาพของตน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และประชาชนสามารถช่วยตนเองได้

นิยามความยากจน
สาเหตุของความยากจน
แนวทางแก้ไขปัญหา
การเขียนแผนธุรกิจ
การทำขยะหอม

 

 

ขนมหวาน-อาหารไทยอร่อย
กลุ่มแม่บ้านลาดสวาย ปทุมธานี

          คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถือว่ายังมีความเป็นชุมชนท้องถิ่นอย่างมาก โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวมอญ สภาพความเป็นอยู่ยังมีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีการประชุมร่วมกันระหว่างชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น ไม่น่าเชื่อว่าชุมชนใกล้ความเจริญยังมีอยู่

          นายภานุวัฒน์ พันธ์แสง  ลูกหลานชาวลาดสวาย เล่าว่า  ชุมชนแห่งนี้มีการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น  เนื่องจากยังคงมีผู้สูงอายุอยู่ในท้องถิ่น ลูกหลานยังคงให้ความเคารพกัน นอกจากนั้นยังมีผู้นำสตรีที่ค่อนข้างแข็งแกร่งท่านหนึ่งที่ยังเป็นจุดรวมของเพื่อนบ้านคือนางสง่า ขวัญเจริญ ป้าผู้สูงวัย 60 กว่า ผู้ผ่านชีวิตมาอย่างสมบุกสมบัน ประกอบกับการขยันหมั่นเพียร สามารถรวมกลุ่มลูกหลานในท้องถิ่นพัฒนาตำบลลาดสวายให้เป็นที่รู้จักของคนภายนอกได้

หมดห่วงเรื่องครอบครัวอยากทำสิ่งที่รัก

          ป้าสว่าง เล่าว่า ลูกเต้าจบกันหมดแล้ว คราวนี้ป้าก็อยากทำในสิ่งที่เรารักนั่นคือ  ทำขนม ทำอาหาร เป็นสิ่งที่ชอบเป็นชีวิตจิตใจ รับรองไม่อดตายแน่ มีลูกสาวอยู่คนหนึ่งทำงานอยู่จุฬาฯ ป้าเลยทำขนมไปฝากให้ลูกขาย ไม่ว่าจะเป็นตะโก้ เปียกปูน ขนมหวานต่างๆ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สารพัดจะทำ เสียงตอบรับออกมาดีมาก ว่าขนมของเราอร่อย ทำให้มีกำลังใจทำ นอกจากนี้ยังมีข้าวแช่ เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวมอญ ป้าก็ทำขายเวลามีคนมาสั่งทำ ก็เลยปากต่อปากกันเลยว่า ป้าสง่าทำขนมไทย ไม่เป็นรองใคร เวลาป้าทำป้าจะเกณฑ์ลูกๆหลานๆเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำ เพื่อให้คนมีรายได้หลังจากทำงานบ้านและงานสวนเสร็จ

ขนมหวานไทยจุดประกายเข้าร่วมงานชุมชน

           เมื่อมีคนสั่งทำมากๆเข้าป้าก็จะรวบรวมคนในชุมชนเข้ามาช่วย ตอนนั้นป้าเริ่มเข้าไปทำงานกับชุมชนมากขึ้นยอมรับเลยว่าชอบ เพราะเราเคยจนไม่มีกินมาก่อน จะรู้ว่าความจนเป็นอย่างไร เห็นเพื่อนบ้านลูกหลาน ไม่ค่อยมีกินมีใช้เลยเรียกมาช่วยงาน ถือว่ายังเป็นกลุ่มเล็กๆกันอยู่ ครั้งแรกยังไม่มีสถานที่ทำขนมกันเลยไปอาศัยโรงจอดรถของบ้านพักอนามัยลาดสวาย เพราะทางอนามัยเขาสนับสนุนชุมชนอยู่แล้ว เราเลยตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านตำบลลาดสวายขึ้นมา แต่ตอนนั้นป้าสง่ายังอยู่เบื้องหลัง ยังไม่ได้เป็นประธานเพียงแต่ให้การสนับสนุนอยู่ ตอนนั้นสมาชิกมีประมาณ 20 กว่าคนจากนั้นก็ได้มีการจัดอบรม เรื่องของความสะอาด ถูกหลักอนามัยมากขึ้น ให้ความรู้ด้สนวิชาการ รูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย สามารถแข่งกับที่อื่นได้ กลุ่มของเราจึงย้ายจากโรงรถของอนามัยมาใช้สถานที่หน้าอนามัย ซึ่งเป็นของป้าสง่า สร้างเป็นโรงทำขนมกัน ป้าสง่าลงทุนให้สร้างไป 50,000 บาท แต่ทำได้สักระยะหนึ่งมันคับแคบ เปลี่ยนใหม่ มาใช้ที่หน้าบ้านป้าสง่ากันเลย พวกสมาชิกเห็นว่าป้าสง่าควรที่จะมาเป็นประธานสักที ป้าก็เลยรับตำแหน่งประธานกลุ่มแม่บ้านไป

กลุ่มเริ่มแข็งหน่วยงานของรัฐเริ่มเข้ามา

          พอกลุ่มแม่บ้านตำบลลาดสวายเริ่มแข็งแรง ทุกอย่างเริ่มเป็นรูปธรรมเห็นผลงานหน่วยงานของรัฐเริ่มเข้ามา เช่น กองทุนเพื่อสังคมให้มา 60,000 บาทเกษตรฯเข้ามาให้เงินอุดหนุน 50,000 บาท ก็ดีเหมือนกันเราก็เอามาซื้ออุปกรณ์เพราะการทำขนมหรืออาหารมันต้องอุปกรณ์มาก แต่เงินจำนวนนี้เขาไม่ได้ให้ฟรีนะต้องคืนเงินทุน ทุกวันนี้เราต้องทำงานคืนเงินต้นให้เขาไป ส่วนของกองทุนเพื่อสังคมไม่ต้องคืน แต่เขาก็ให้สมาชิกคืนทุนให้กลุ่มโดยการออกแรงมาช่วยงานกลุ่มส่วนอบต. กับ อบจ. เข้ามาช่วยเช่นกัน แต่เงินของสองหน่วยงานที่เข้ามาช่วยดีหน่อยไม่ต้องส่งคืน เราเอามาหมุนเวียนเป็นทุนในการทำขนมส่งขาย

วัตถุดิบการทำขนม

           วัตถุดิบของการทำขนมของกลุ่มใช้ในชุมชนทั้งนั้น อย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ไข่ที่จะใช้เป็นไข่ไก่อย่างเดียวเพราะจะทำให้ขนมนุ่ม อร่อย แม้ว่าสีอาจจะไม่สวยเหมือนใช้ไข่เป็ด แต่ขนมจะไม่คาว และต้องเป็นไข่สดด้วย ก็ซื้อจากชาวบ้านในชุมชนที่เลี้ยงไก่ มะพร้าวก็ในสวน มีแต่น้ำตาลที่จะซื้อในตลาด ตลาดที่ซื้อก็ไม่ใช่ตลาดไท หรือตลาดรังสิตหรอกนะ จะซื้อในตลาดชุมชนคลองสี่ ของทุกอย่างที่ทำออกจากกลุ่มนั้นจะซื้อภายในชุมชน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ทำไมต้อง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน

          ป้าสง่าให้เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นขนมเหล่านี้ก็เพราะเป็นขนมมงคล งานประเพณีมงคลต่างๆต้องใช้ ดังนั้นทางกลุ่มจะเน้นมาก เพราะปัจจุบันไม่ค่อยมีใครทำให้อร่อย ถูกใจ อาจจะมีทำกันมาก แต่ทำให้อร่อยมีน้อย ทางกลุ่มจะเน้นมาก นอกจากขนมประเภทนี้แล้วยังมีขนมหม้อแกงถั่วเขียวที่ขึ้นชื่อมาก จะต่างกับขนมหม้อแกงไข่ เพราะจะหวานและมัน ถึงกับได้รางวัลมาครองแล้วเมื่อปี 2543 ประเภทขนมหม้อแกงถั่ว กลุ่มสตรีตำบลสวาย ซึ่งนอกจากจะทำขายแล้ว ป้ายังไปสอนให้นักเรียน ณ โรงเรียนในชุมชนอีกด้วย

รับทำอาหารโบราณ

          ทางกลุ่มฯนอกจากจะทำขนมไทยแล้ว ยังทำอาหารคาว อาหารไทยโบราณหรือจะเป็นอาหารมอญโบราณ แกงบอน ต้มปลาร้า แกงยอดมะพร้าว เพราะสมาชิกของกลุ่มส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน มีความถนัดเรื่องอาหารคาวหวานอยู่ในตัวอยู่แล้ว ส่วนใหญ่คนรู้จักเวลามีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ จะสั่งให้ทางกลุ่มทำอาหารไปให้ เพราะอาหารของเราจะเป็นอาหารไทยๆ ทางกลุ่มรับทำ นอกจากนี้ยังทำน้ำพริกแกงส้ม แกงพริก

มือโปรเรื่องข้าวแช่

          ป้าสง่า เผยว่าอาหารอีกอย่างที่หากินยาก ซึ่งเป็นอาหารของชาวมอญคือข้าแช่ ในละแวกนี้ก็ยังคงมีป้าที่ทำอยู่ จะถ่ายทอดให้ลูกหลานก็ไม่ค่อยจะมีใครรับ เพราะขั้นตอนของข้าวแช่ยุ่งยาก เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบกันเลย ต้องเลือกกับมือเอง ปลาเค็มก็ต้องมาหมักเอง เนื้อที่จะต้องใช้ก็ต้องเลือก ไม่ใช่ซื้อมาอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น ได้เนื้อมาแล้วจะย่างอีก ย่างอย่างไรให้อร่อย ผัดหัวไชโป๊ก็เหมือนกัน จะผัดแบบใส่กะทิ หรือใส่น้ำมันทุกอย่างมันพิถีพิถันรุ่นลูกรุ่นหลานเลยไม่ค่อยมีใครสนใจ

          ด้านนายภานุวัฒน์ ลูกหลานในชุมชนเผยว่าทางกลุ่มแม่บ้านสวายมีความเก่งหลายอย่าง แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ ในเรื่องของการตลาด สมาชิกทุกคนมีความสามารถสารพัดอย่าง จะให้ทำขนมไทย ขนมฝรั่ง อาหารคาวหวาน เป็นหมด แต่ไม่รู้เรื่องกลไกของตลาดในปัจจุบัน ทำอะไรก็ควักเนื้อทุกครั้งไป โดยเฉพาะตัวประธาน " ผมมองว่าสังคมภายนอกมักจะเอารัดเอาเปรียบ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะง่ายๆ บอกราคาไปเขาต่อรองก็ยอมเขาทุกอย่าง ผมเสียดายเรื่องฝีมือมาก อาศัยว่าวัตถุดิบมีอยู่ในชุมชน" สำหรับผู้ที่สนใจจะสั่งทำอาหารโบราณ ข้าวแช่แบบดั้งเดิมหรือขนมไทย สามารถติดต่อมาได้ที่ คุณภานุวัฒน์ 0-9927-7266 หรือที่ ป้าสง่า 0-2994-5029

ที่มา: http://www.chumchonthai.or.th

จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์สารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 - 6 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738