นวดแผนนี้ ไม่มี "อ่าง"

กลุ่มหมอนวดแผนไทย จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นเครือข่ายหมอนวดที่ปลุกกระแสให้คนหันมาสนใจเรื่องการนวด ไปพร้อม ๆ กับสร้างทัศนะใหม่ ๆ ให้กับครอบครัว จากความคิดพื้นฐานที่ใคร ๆ ก็รู้กันดี นั่นคือ ทุกคนต้องการความรัก และการแสดงความรักที่ง่ายที่สุดก็คือการสัมผัส โรงเรียนหมอนวดล้านนาจึงได้เริ่มขยายแนวคิดเรื่องการนวดออกไปสู่ประชาชนโดยร่วมมือกันทำเป็นเครือข่ายในแต่ละอำเภอ อบรมความรู้พื้นฐานการนวดอย่างง่ายแก่คนที่สนใจ เพื่อให้สามารถนวดตนเองและคนในครอบครัวได้
ที่อำเภอสันป่าตอง มี วลัยลักษณ์ อินชัย เป็นตัวแทนสอนผู้ที่สนใจหัดนวด เพื่อกลับไปสอนคนที่บ้านให้หัดนวด ไม่ว่าจะเป็นสามีนวดให้ภรรยา แม่นวดให้ลูก หรือหลานนวดให้ยายก็สามารถทำได้ทั้งสิ้น เพราะนอกจากจะช่วยแก้เมื่อยได้แล้ว ยังสร้างความใกล้ชิดผูกพันระหว่างคนในบ้านได้ทุกระดับ ส่วนที่ อำเภอสันกำแพง สรวิศ ไชยปินชนะ ตัวแทนโรงเรียนหมอนวดล้านนา สอนให้สมาชิกรู้จักนวดตัวเอง โดยปรับท่าจากการนวดแผนโบราณแบบไทยซึ่งจริง ๆ แล้วมีกว่า 100 ท่า
"เราคัดมาประมาณ 20 กว่าท่า มันจะมีท่านอนหงาย นอนตะแคง นอนคว่ำ และก็ท่านั่ง 4 ท่าหลัก โดยเลือกท่านวดตัวเองอย่างง่าย ๆ เช่น ประสานมือที่ท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดนวดตามแนวกล้ามเนื้อคอ กดขึ้นลงตามแนวเส้น ประมาณ 2 - 3 ครั้ง เป็นการนวดต้นคอแก้ปวดเมื่อย เมื่อต้องนั่งทำงานนาน ๆ"
สุพิน ขันทอง ตัวแทนโรงเรียนหมอนวดล้านนา อำเภอฝาง แนะว่า การสอนนวดนั้นไม่ได้ยากเลย เพียงแต่ต้องให้ข้อมูลกับผู้เรียนในเรื่องการกดหรือการเว้นตามจุดที่สำคัญ เช่น ข้อต่อ กระดูก หรือจุดที่ไม่ควรกด และในการหัดก็จะสอนไม่ให้ใช้นิ้วในการกดจุด แต่ให้ใช้แต่ผ่ามือ กดกล้ามเนื้อเส้นเอ็นเท่านั้น ซึ่งจะไม่เกิดอันตรายขึ้นกับผู้ถูกนวด หลังใช้เวลาอบรมเพียง 3 วัน ผู้เข้าเรียนหลายคนจะสามารถเรียนรู้และฝึกทักษะความชำนาญ สามารถนวดให้ตนเองได้ หลายคนกลับไปนวดให้คนที่บ้าน พบว่าได้ผลดีเกินคาด เพราะมากกว่าการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
และความเหน็ดเหนื่อยที่ได้รับจากการทำเกษตรแล้ว
การนวดยังสร้างความสุข สดชื่นแจ่มใส และสร้างความใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่างคนในครอบครัว
"ผมเป็นคนไปเที่ยวไปนวดที่อื่น แต่ตอนนี้ที่ผมกับแฟนไปฝึกเรียนนวด ได้มาเปลี่ยนกันนวด ก็ทำให้ร่างกายดีขึ้นและรักใคร่กันมากขึ้น" สิ่งที่คุณวรพล ใจคำบอก คงยืนยันถึงความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งคุณพรรณี ใจคำ ผู้เป็นภรรยา ก็กล่าวไปในทำนองเดียวกัน ว่า "มันก็สบายเนื้อสบายตัวเปลี่ยนกันนวดไปเปลี่ยนกันนวดมา ไม่อยากให้แฟนไปนวดนอกบ้าน"
หลายบ้าน ที่ความสัมพันธ์ในบ้านเปลี่ยนไป เมื่อใครคนหนึ่งมาหัดนวดแล้วกลับเป็นนวดให้คนที่บ้าน ซึ่งพบว่าทุกคนสามารถนวดเพื่อถ่ายทอดความรักให้แก่กันได้ทุกวัย เด็ก ๆ เมื่อเห็นพ่อแม่นวดให้กัน ก็อยากจะให้พ่อแม่นวดให้บ้าง หรือบางคนก็จำไปนวดให้ยายให้ย่าบ้าง เพราะทุกคนรู้ว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความอบอุ่นในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ภาพของชุมชนหลายแห่งในปัจจุบัน มีรถมารับคนถึงในหมู่บ้านเพื่อไปส่งยังโรงงาน นั่งทำงานหลังขดหลังแข็งทั้งวัน ไม่ต่างกับการลงแรงทำไร่นาในภาคการเกษตร แต่ถึงเหนื่อยอย่างไร ถ้าหากว่าเมื่อกลับมาบ้านแล้วพบว่า มีคนที่รักคุณรออยู่ และแสดงออกถึงความรู้สึกห่วงใยด้วยการนวดให้กันและกัน เชื่อว่าความเหนื่อยกายคงลดลงได้บ้าง
ที่มา: http://www.chumchonthai.or.th
|