บทความ อาหารและยา
เรื่อง : ลำไย: ยาบำรุงธรรมชาติ
เรียบเรียงโดย : ทายาท ถีระแก้ว ป้อนข้อมูลโดย :
ตั้งแต่อดีตชาวจีนใช้ลำไยเป็นยาบำรุงธรรมชาติ โดยพบว่าชาวจีนทางใต้รู้จักปลูกลำไยมาตั้งแต่สมัย ฮั่นตะวันตก (หรือประมาณ 2 พันกว่าปีมาแล้ว)ต่อมาในราวศตวรรษที่ 18 ลำไยจากจีนได้แพร่ไปยังประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม ไทย เป็นต้น ทำให้ประเทศเหล่านี้เริ่มมีการปลูกลำไยกัน สรรพคุณใบมีคุณสมบัติเป็นกลาง รสหวาน จืด สรรพคุณ แก้หวัด มาลาเรีย ริดสีดวงทวาร เนื้อมีคุณสมบัติร้อน รสหวาน สรรพคุณแก้ผอมแห้งแรงน้อย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ใจสั่น บำรุงร่างกาย เปลือกมีคุณสมบัติร้อน รสหวาน แก้มึนหัว ทำให้ตาสว่างดอก สรรพคุณขับนิ่ว เมล็ดรสฝาด สรรพคุณห้ามเลือด แก้ปวด รักษาเกลื้อนตำรับยา1. แก้หวัด : ใช้ใบลำไย 10-15กรัม ต้มกินต่างน้ำชา2. ยาบำรุงเลือด : เอาเฉพาะเนื้อลำไย จำนวนพอประมาณ ใส่ลงในภาชนะดินเคลือบโดยใส่
เนื้อลำไยในอัตรา 30 กรัมต่อน้ำตาล 3 กรัม ตุ๋นหลายๆชั่วโมง กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะเป็นประจำ
3. ยาบำรุง : ใช้เนื้อลำไยจำนวนพอประมาณ ดองเหล้าทิ้งไว้ร้อยวัน กินครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ4. ท้องเสีย : ใช้เนื้อลำไยตากแห้ง 14 เม็ด และขิง 3 แผ่น หั่นบางๆ ต้มน้ำกิน5. กลาก : ใช้เมล็ดลำไย (แกะเปลือกสีดำออก) ฝนกับน้ำส้มสายชู ทาบริเวณที่เป็น6. ปัสสาวะไม่ออก : ใช้เมล็ดลำไย (แกะเปลือกสีดำออก) ทุบให้แตก ต้มน้ำกิน7. ยาบำรุงร่างกาย : เนื้อลำไยแห้ง 10 กรัม ถั่วลิสง 15 กรัม ต้มน้ำกิน8. กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ : ใช้เมล็ดลำไยคั่วให้แห้ง แล้วบดเป็นผง ชงน้ำกินครั้งละ 15-20 กรัม9. อุจจาระเป็นเลือด : ใช้เมล็ดลำไย (เอาเปลือกสีดำออกมา) บดเป็นผง กินละ 6 กรัม ให้กินขนาดท้องว่าง วันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหาย
10. รักแร้มีกลิ่น : ใช้เมล็ดลำไย 15 กรัม พริกไทย 9 กรัม บดเป็นผงทารักแร้ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสีย อาหารไม่ย่อย ท้องอืดแน่น ฝ้าบนลิ้น สีขาว และหนา หรือเป็นหวัด เจ็บคอ (ทอลซินอักเสบ) ไม่ควรกินลำไย
ที่มา : หมอชาวบ้าน โดย วิทิต วัณนาวิบูล
|