ส า ร ะ น่ า รู้
บทความ ประชาสัมพันธ์
เรื่อง : ลำไยผลไม้ที่ให้ทั้งคุณและโทษ
เรียบเรียงโดย : สภัคร์พร แจ่มกระจ่าง
ป้อนข้อมูลโดย :

ในวันนี้เรามาพูดถึงผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนในสังคม ทั้งใน เชิงอาหารและเชิงธุรกิจ ผลไม้ชนิดนี้ก็คือลำไยนั่นเอง จะเห็นว่าตามตลาดนัดต่างๆ ห้างสรรพสินค้า หรือเป็นรถเร่ขายผลไม้ ก็เต็มไปด้วยลำไย ราคาก็ไม่แพงมากนัก
ลำไยจัดเป็นไม้ผลกึ่งเมืองร้อน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dimocarpus longan Lour. มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้และอินเดีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 9-12 เมตร ในความเป็นจริงแล้วลำไยมีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่นิยมปลูกในบ้านเราก็แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ คือ .ลำไยต้น เป็นพันธุ์ที่ปลูกเพื่อนำผลมาใช้บริโภค และพันธุ์ที่นิยมปลูกกัน คือ พันธุ์อีดอ, เบี้ยวเขียว, สีชมพู, กะโหลกแห้ว, ใบดำ และพันธุ์พื้นเมือง และ ลำไยเครือ เป็นพันธุ์ที่ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนหรือตามสถานที่ต่างๆ
ลำไยเป็นไม้ที่ให้ผลเป็นช่อ อาจมีขนาดเล็กถึงใหญ่ ส่วนเนื้อในมีสีขาวใสหรือสีชมพูอ่อนๆ มีรสหวานจัด และให้ผลผลิตในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนก็จะตรงกับหน้าฝน และมีการปลูกกันมากทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ในการนำมาใช้เป็นอาหารนั้นนอกจากทานผลสดแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปได้ด้วย เช่น ลำไยกระป๋อง, ลำไยแช่แข็ง และลำไยอบแห้งเพื่อเก็บไว้กินได้นานๆ ทำเป็นไวน์ลำไย หรือนำมาปรุงเป็นขนมหวาน เช่น ข้าวเหนียวเปียกลำไย ก็มีรสชาติอร่อยเช่นกัน
นอกจากการนำมาเป็นอาหารแล้ว ตามตำราการแพทย์แผนไทยยังมีการนำเอาส่วนประกอบต่างๆ ของลำไยใช้เป็นยารักษาโรค คือ - เนื้อผลช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงร่างกาย รักษาอาการตัวบวมในสตรีที่คลอดบุตร - เมล็ดใช้ทาแผลเน่าเปื่อย คัน หรือแผลเรื้อรังที่มีหนอง ช่วยรักษาเกลื้อน ใช้ห้ามเลือด ขับปัสสาวะ เปลือกใช้ทาแผลที่โดนน้ำร้อนลวกจะไม่ปวดแผล และไม่เกิดแผลเป็น
อย่างไรก็ตาม ในการทานผลไม้นั้นก็ควรทานให้หลากหลายชนิด แต่ผลไม้บางชนิดก็ดูจะเป็นผลไม้ต้องห้ามสำหรับผู้บริโภคบางคนได้เช่นกัน เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ก็ไม่ควรทานผลไม้ที่มีรสชาติหวานจัด หรืออาจรับประทานได้ในปริมาณน้อยๆ เช่น ทุเรียน, น้อยหน่า โดยเฉพาะลำไยสดนั้นควรทานแต่พอประมาณ หากทานมากเกินไปจะทำให้เกิดอาหารเจ็บคอหรือร้อนในได้ เนื่องจากเนื้อลำไยมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง หากท่านใดที่ทานลำไยแล้วมีอาการเช่นนี้ก็ให้ดื่มน้ำเกลือตามลงไปก็จะช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ (สูตรน้ำเกลือประกอบด้วย น้ำเปล่า 1 แก้ว เกลือ 1/2 ช้อนชา ละลายให้เข้ากัน) หรือบางท่านอาจแก้ด้วยการทานมังคุดตามลงไป เนื่องจากมีความเชื่อมังคุดเป็นผลไม้ที่เย็นก็จะช่วยดับร้อน แก้อาการกันได้ และเพื่อสุขภาพที่ดีเราควรทานผลไม้ทุกๆ วัน เช่นเดียวกับผัก ร่างกายจึงจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ที่สำคัญยังช่วยทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ใยอาหารในผลไม้ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิดโดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็ขอฝากถึงผู้ฟังให้หันมาทานผลไม้กันเยอะๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่เป็นของบ้านเราเอง เพราะนอกจากจะช่วยเกษตรกรให้มีรายได้แล้ว ตัวผู้บริโภคเองก็จะได้มีสุขภาพที่ดีตามมาด้วย ------------------------
ที่มา : ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
19 กรกฎาคม 2555