ส า ร ะ น่ า รู้
บทความ ทั่วไป
เรื่อง : กาแฟโครงการหลวง...สู่ตลาดอาเซียน
เรียบเรียงโดย : ปรัศนียาภรณ์ ตันเกียรติชัย
ป้อนข้อมูลโดย :

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานให้เกษตรกรที่บ้านขอบด้ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2517 นายจะหมอ ขอบด้ง ชาวเขาเผ่ามูเซอหมู่บ้านขอบด้ง สถานีวิจัยเกษตรหลวงอ่างขาง เล่าว่า “พระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาตอนนั้นพวกเราปลูกฝิ่นอยู่ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่ไร่ฝิ่น ถ่ายรูปแล้วบอกให้พวกเราเลิกปลูกฝิ่น โดยให้ปลูกท้อ บ๊วย สาลี่ กาแฟแทน”
นับแต่นั้นเป็นต้นมา กาแฟโครงการหลวงไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นกำเนิดของกาแฟพันธุ์อาราบิก้าของไทยอีกนับหมื่นนับแสนต้น ปัจจุบันโครงการหลวงรับซื้อเมล็ดกาแฟ อาราบิก้าจากเกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมของมูลนิธิโครงการหลวงกว่า 20 แห่ง อาทิ อินทนนท์ อ่างขาง ป่าเมี่ยง ตีนตก ห้วยโป่ง ห้วยน้ำขุ่น นอกจากนั้น ยังรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อยอีกกว่า 2,000 ราย ในรูปแบบกาแฟกะลาอีก ปีละ 250 – 300 ตัน พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดีเทียบเท่ากาแฟที่ผลิตได้ในต่างประเทศ โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนตั้งแต่ การพัฒนาเกษตรกร การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวและแปรรูป จนถึงการตรวจสอบคุณภาพของผลผลิตเพื่อรับรองสายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่สูง โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญคือ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมา เวียดนามและกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ การที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการแปรรูปกาแฟในกลุ่มประเทศอาเซียนจึงไม่ใช่เพียงแค่ภาพฝันอีกต่อไป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้
ที่มา : โครงการหลวง
อ่าน : 233
13 มีนาคม 2560