ส า ร ะ น่ า รู้
บทความ ประชาสัมพันธ์
เรื่อง : “เสน่ห์นครฉงชิ่ง”
เรียบเรียงโดย : เยาวลักษณ์ เครือคำขาว
ป้อนข้อมูลโดย :

คณะสื่อมวลชนที่ไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ พณฯ ท่านกงสุลใหญ่เหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ได้จัดให้คณะสื่อมวลชนไทย ไปศึกษาดูงานที่เมืองฉงชิ่ง - เมืองอู่ฮั่น โดยจุดแรกนั้นคณะได้ไปเยือนเมือง “ฉงชิ่ง”(Chongqing) ซึ่งเมืองนี้เดิมเป็นเมืองเอกที่ขึ้นกับมณฑลเสฉวน แต่ด้วยลักษณะที่ตั้ง ที่เหมาะสม และเป็นเมืองที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก ในปี ค.ศ.๑๙๙๗ รัฐบาลจีนได้ประกาศยกฐานะเมืองฉงชิ่งเป็น ๑ ใน ๔ มหานครของเมืองจีน ที่นอกจากเมืองฉงชิ่งแล้ว ก็มี เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และ เทียนสิน ขึ้นต่อรัฐบาลกลางจีนโดยตรง นั่นจึงทำให้ฉงชิ่งมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นมหานครใหญ่อันดับต้นๆ ที่มีฐานะและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดีเยี่ยม อีกทั้งยังเป็นฮับสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และเมืองใหญ่ๆ ของจีนตอนล่าง โดยสายการบินต่าง ๆ ได้เปิดเส้นทางบินหลายเส้นทาง เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า และด้านอื่นๆ ระหว่างไทยกับเมืองฉงชิ่ง สำหรับทางกายภาพ เมืองฉงชิ่ง จะมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะในหุบเขา มีแม่น้ำสำคัญ ๒ สาย คือ “แม่น้ำเจียหลิง” หรือ เจียหลิงเจียง (สายรอง) ที่ไหลมาจากจิ่วไจ้โกวมารวมกับ “แม่น้ำแยงซีเกียง” ที่เมืองนี้ เมื่อพูดถึงแม่น้ำแยงซีเกียงแล้ว ฉงชิ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการล่องเรือสำราญท่องเที่ยวสัมผัสทัศนียภาพ ๒ ฟากฝั่งของลำน้ำสายนี้ โดยการล่องเรือจะไปสิ้นสุดตามเมืองต่างๆ ตามระยะล่องใกล้ไกล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายทางการท่องเที่ยวสำคัญของเมืองฉงชิ่ง ในยามค่ำคืนที่นี่ก็มีกิจกรรมล่องเรือชมทัศนียภาพของแสงสีไฟยามราตรีในแม่น้ำประจำเมือง โดยจะเห็น แสงสีแห่งความทันสมัยจากสิ่งก่อสร้างของเมืองนี้ สวยงามอลังการเป็นอย่างมาก โดยจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเป็นอย่างมาก คือ การเที่ยว “เมืองโบราณ” เมืองเก่าในราชวงศ์ซ่ง ที่อนุรักษ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม
หรือที่รู้จักกันในนาม “หงหยาต้ง” ลักษณะคอมเพล็กซ์ในรูปทรงอาคารโบราณขนาดใหญ่ ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายสินค้าที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่ ย่ามค่ำคืนถือเป็นจุดนัดพบพักผ่อนของชาวเมือง และจุดชมวิวชั้นดี อีกทั้งยังเป็นจุดถ่ายรูปที่สำคัญของนักท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากสิ่งน่าสนใจในตัวเมืองแล้ว ออกนอกเมืองไป ฉงชิ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในระดับมรดกโลกให้สัมผัสกัน เริ่มด้วย “ต้าจู๋” หน้าผาหินแกะสลัก ที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอต้าจู๋ ผาหินแกะสลักในต้าจู๋มีจุดที่เป็นไฮไลท์ที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่อลังการที่สุดและสวยที่สุดนั้นอยู่ที่ “เป๋าติ่ง” ซึ่งผาแกะสลักเป๋าติ่ง เริ่มสร้างตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ซ่งไปจนถึงสมัยราชวงศ์ชิง โดยผู้สร้างคนแรกเป็นพระชื่อ “เจ้า ซื่อ เฟิ่ง” ที่เริ่มออกบวชตั้งแต่ ๕ ขวบ ภาพแกะสลักที่นี่ส่วนใหญ่เป็นประติมากรรมนูนสูง ที่แกะกว้านลูกลงไปจนเห็นรูปลักษณะชัดเจน อุดมไปด้วยชีวิตชีวา และลีลาความสวยงาม อีกทั้งยังมีการลงสีสันหลากหลาย แถมบางจุดยังมีประติมากรรมลอยตัวให้ชมกันสวยงามมาก ทั้งคนโบราณเชื่อว่า เป๋าติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงมีการแกะสลักขึ้นที่นี่ เพื่อให้เป็นศาสนสถาน ซึ่งมีทั้งความเชื่อของพุทธแบบมหายานและของลัทธิเต๋า โดยมีภาพเด่นๆ อาทิ ถ้ำปฏิบัติธรรม ที่แกะเป็นภาพพระตัวแทนพระพุทธเจ้ากับสาวกอีก ๑๒ รูป แสดงธรรม ภาพสลักเทพเจ้าต่างๆ พระนอนองค์โตยาว ๓๒ เมตร สูง ๗ เมตร ภาพคำสอนขงจื้อ ภาพนิทานพื้นบ้าน ภาพวิถีชีวิตยุคโบราณ ภาพความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ภาพการตัดสินของคณะกรรมการตัดสินความดีความชั่วว่า เมื่อตายแล้วคนๆ นั้น ควรขึ้นนรกหรือสวรรค์ ซึ่งมีภาพประกอบเป็นนรกสวรรค์อย่างสวยงาม และภาพไฮไลต์ที่รูปเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่แกะสลักได้อย่างวิจิตรงดงาม ทางองค์การ-ยูเนสโกจึงประกาศให้ที่นี่เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.๑๙๙๙ ถือว่าเหมาะสมกับสถานที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง นี่ ก็เป็นสถานที่บางส่วนที่น่าเที่ยวของเมือง ฉงชิ่ง เมืองที่มีเสน่ห์ น่าไปเยือน นอกจากจะมีภาพอัน โดดเด่นโฉบเฉี่ยวของมหานครอันทันสมัยในอันดับต้นๆแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีสิ่งน่าสนใจทางการท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าในระดับมรดกโลกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ถือเป็นสัญญาณว่าการริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีนจะเริ่มดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา : การเดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างประเทศ จีน – ไทย ณ เมืองฉงชิ่ง และเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๓ – ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
อ่าน : 48
13 กรกฎาคม 2562