ส า ร ะ น่ า รู้
บทความ ทั่วไป
เรื่อง : “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”
เรียบเรียงโดย : เยาวลักษณ์ เครือคำขาว
ป้อนข้อมูลโดย :

ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้สานความสัมพันธ์กันมา เป็นระยะเวลา ๔๔ ปี ความสัมพันธ์ระหว่างไทย และจีน ยังคงมีแนวโน้มการพัฒนาที่มั่นคงอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนกลายเป็นแบบอย่างที่ดีของการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว และพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศ โดยทั้งสองประเทศในทวีปเอเชีย ต่างมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน การติดต่อสัมพันธ์กันมีมาช้านาน เช่น การไปมาหาสู่กันนับเวลา ๒,๐๐๐ กว่าปี ได้สร้างความผูกพันลึกซึ้งที่มีความใกล้ชิดทางสายเลือด ความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม ดังคำกล่าวว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”
สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า จนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ ๒ ของโลก และประเทศอุตสาหกรรมอันดับ ๑ ของโลก ทำให้ประชากรกว่า ๗๐๐ ล้านคนพ้นจากความยากจน ส่วนประเทศไทยก็พยายามค้นหาแนวทางการพัฒนาที่เหมาะกับสถานการณ์ของไทย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมือง มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ ๒ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย” มีความกระตือรือร้นในความร่วมมือในกิจการภูมิภาคโดยมีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในขณะที่ทั้งสองประเทศได้พัฒนาก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ความร่วมมือฉันมิตรรอบด้านระหว่างจีน-ไทย ก็ได้พัฒนาไปอย่างงดงาม ทางด้านการเมืองมีความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนทางสังคม วัฒนธรรมมีความสนิทสนมมากยิ่งขึ้น ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศมีการเยือนกันบ่อยครั้ง เสมือนการไปมาหาสู่กันของญาติพี่น้อง ได้มีการชี้แนะและผลักดันจนเกิดการพัฒนาความสัมพันธ์แบบทวิภาคี จีนเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญที่สุดของไทยติดต่อกันมา ๕ ปี เป็นประเทศที่มีการลงทุน ในไทยมากเป็นอันดับ ๓ ในบรรดาต่างประเทศที่มาลงทุนในไทย ประเทศไทยเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ ๓ ในอาเซียนของจีน จะเห็นได้ว่า โครงการความร่วมมือรถไฟจีน-ไทย ระยะที่ ๑ ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการเริ่มศักราชใหม่ของการเชื่อมโยงในภูมิภาค ถ้าจะมองไปแล้ว จีนจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีศักยภาพสูง และมีนวัตกรรมใหม่ๆ โดยใช้เศรษฐกิจรูปแบบใหม่และความรู้เป็นฐานมาลงทุนในไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างจีน - ไทย
การแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศมีความคึกคัก ปัจจุบันมีนักเรียน-นักศึกษาจีน ๓๗,๐๐๐ คน มาเรียนที่เมืองไทย ขณะเดียวกัน มีนักเรียน-นักศึกษาไทย มากกว่า ๒๗,๐๐๐ คน ไปเรียนที่จีน มีครูจีนอาสาสมัครกว่า ๑,๗๐๐ คน สอนภาษาจีนอยู่ในเมืองไทย นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังดำเนินการความร่วมมือระดับอาชีวศึกษาในหลากหลายสาขา เช่น รถไฟความเร็วสูง การบินและอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ การบริหารจัดการโลจิสติกส์ เป็นต้น สำหรับปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเกือบ ๑๐ ล้านคน มาท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ความร่วมมือฉันมิตร ไทย – จีน เป็นแบบอย่างที่ดีของการปฏิบัติตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่
ตลอดระยะเวลา ๔๔ ปี ที่ผ่านมา ด้วยหลักการเคารพซึ่งกันและกัน เสมอภาค มีความเป็นธรรม มีความร่วมมือเอื้อประโยชน์แก่กันและกัน พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานยุทธศาสตร์ ยืนหยัดสนับสนุนเส้นทางการพัฒนาที่แต่ละประเทศตัดสินใจเลือกว่าเหมาะสมกับแต่ละประเทศของตนและ ผลักดันการประสานยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กับ “ไทยแลนด์ ๔.๐” ให้มีการดำเนินความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความเข้มแข็งในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางด้านสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางด้านคลังสมอง สื่อมวลชน และเยาวชน ถ้าหากจะมองไปอนาคต เชื่อว่า ความร่วมมือไทย – จีน การสานสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศจะประสบความสำเร็จและก้าวหน้ายั่งยืนอย่างแน่นอน

ที่มา : การเดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างประเทศ จีน – ไทย ณ เมืองฉงชิ่ง และเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๓ – ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
อ่าน : 115
16 กรกฎาคม 2562