จ.ลำปาง นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโต๊ะแถลงสถานการณ์น้ำ แจงมาตรการรองรับแก้ปัญหาภัยแล้ง

  • ข่าวจาก : สปชส.ลำปาง
  • เมื่อวันที่ : 15 ม.ค. 2563
  • อ่าน : 16 ครั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำทีมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดโต๊ะแถลงการณ์สถานการณ์น้ำและมาตรการรองรับแก้ปัญหาวิกฤตภัยแล้ง ประจำปี 2563

หลังจากที่ในหลายๆ พื้นที่ของจังหวัดลำปาง ปริมาณน้ำกักเก็บเริ่มเหลือน้อยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเข้าสู่หน้าแล้ง ระดับน้ำในลำน้ำแม่วังหลายจุดลดต่ำลงจนเห็นเนินทรายบริเวณกลางลำน้ำ เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะตามมาในช่วงเวลาอันใกล้ โดยประชาชนในจังหวัดลำปางมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์น้ำ ว่าจะมีเพียงพอสำหรับใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคหรือไม่ ซึ่งล่าสุดวานนี้ (14 มกราคม 2563) นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายปรีชา  จานทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 และนายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง ได้ร่วมกันนำทีมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการทั้งจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งหน่วยงานในสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมชี้แจงแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำของจังหวัดลำปาง และแจ้งมาตรการเตรียมการรองรับแก้ปัญหาวิกฤตภัยแล้ง ประจำปี 2563 ต่อสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ณ ที่บริเวณฝายหลวงสบอาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่น้ำวัง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองลำปาง ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับทราบถึงสภาพการณ์ระดับปริมาณน้ำกักเก็บในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง รวมทั้งรับทราบถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ซึ่งทั้งหมดเพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข้อมูลไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนผู้ใช้น้ำในเขตพื้นที่ชุมชนต่างๆ ในจังหวัดลำปาง ได้รับทราบและถือปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวว่า จากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะพบว่าแหล่งกักเก็บหลายๆ แห่งของจังหวัดลำปาง ณ ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บเหลืออยู่น้อยมาก รวมกันทั้งหมดแล้วในปีนี้ทั้งจังหวัดลำปางจะมีน้ำต้นทุนเหลืออยู่เพียงประมาณร้อยละ 45 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ดังกล่าว ที่เริ่มเห็นชัดเจนว่าปัญหาภัยแล้งกำลังจะเกิดขึ้น ในส่วนนี้ทางจังหวัดได้มีการจัดเตรียมมาตรการรองรับเหตุ เพื่อจะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยส่วนสำคัญเบื้องต้นจะเน้นการบริหารจัดการ เก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคให้พี่น้องประชาชนในทุกเขตท้องที่ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ซึ่งในตอนนี้ได้มีการสำรองน้ำไว้แล้ว กว่า 18 ล้าน ลบ.ม. และในภาคการเกษตรพืชไม้ผลยืนต้นต่างๆ จะเน้นให้การช่วยเหลือเป็นลำดับต้นๆ โดยจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้พืชไม้ผลของเกษตรกรยืนต้นตายอย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรการเสริมอื่นๆ ในระยะสั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันชี้แจงถึงมาตรการต่างๆ ที่จะได้นำมาใช้ปฏิบัติ ทั้งการจัดเตรียมกำลังพล อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับขนส่งบรรทุกน้ำเข้าช่วยเหลือเกษตรกร พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ทั้งหมด 1,051 ชุมชน/หมู่บ้าน พบว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปีนี้รวมกว่า 246 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้มีประมาณกว่า 40 หมู่บ้าน ที่จะได้รับผลกระทบอยู่ในขั้นวิกฤต นอกจากนี้ได้มีการจัดเตรียมเสบียงอาหารสัตว์กว่า 10 ตัน พร้อมจัดเตรียมวัคซีนกว่า 2 แสนโดส ไว้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ ม้า โค กระบือ ที่จะได้รับผลกระทบขาดแคลนอาหาร รวมถึงการเกิดโรคระบาดในช่วงหน้าแล้ง รวมทั้งในมาตรการเร่งด่วนจะได้ร่วมประสานกับกรมฝนหลวงฯ ช่วยจัดทำฝนเทียมให้ตกลงมาในเขตพื้นที่หากเป็นไปได้ เพื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ฝุ่นละออง และเพิ่มเติมปริมาณน้ำให้กับแหล่งพื้นที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางจังหวัดมีแผนที่จะพัฒนาแหล่งพื้นที่กักเก็บน้ำ ทั้งการร่วมกับหน่วยงานสิ่งแวดล้อม ชลประทาน ทำการสำรวจพื้นที่นอกเขตลุ่มน้ำ 1A, 1B เพื่อจะจัดสร้างอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงสร้างฝายชะลอน้ำต่างๆ ตลอดจนจะได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน จัดทำโครงการ "ขุดสระน้ำในไร่นา" เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำเป็นของตนเอง ซึ่งจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9  

ทั้งนี้ สำหรับในส่วนสถานการณ์น้ำภาพรวม ปัจจุบันพบว่าขณะนี้จังหวัดลำปาง มีปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ อ่างกิ่วลม มีปริมาณน้ำร้อยละ 49.79 ของความจุอ่างทั้งหมด คิดเป็นปริมาตรน้ำ 52.88 ล้าน ลบ.ม. และอ่างกิ่วคอหมา มีปริมาณน้ำร้อยละ 59.92 ของความจุอ่างทั้งหมด คิดเป็นปริมาตรน้ำกว่า 102.04 ล้าน ลบ.ม. รวมสองแห่งมีปริมาณน้ำกักเก็บประมาณ 155 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ส่วนอ่างกักเก็บน้ำขนาดกลาง 28 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กอีกกว่า 98 แห่ง ในเขตพื้นที่ พบว่ามีปริมาณน้ำเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 30 ซึ่งในจำนวนปริมาณน้ำทั้งหมดทางชลประทานจะต้องใช้เพื่อการบริหารจัดการน้ำ แบ่งตามลำดับความสำคัญไว้ 5 ด้าน ได้แก่ การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค, การจัดสรรน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ, การสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปี, การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และการจัดสรรน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ซึ่งจากแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 5 ด้าน คาดการณ์ว่าจะมีการใช้น้ำในภาคการเกษตรมากที่สุด ดังนั้นในตลอดช่วงหน้าแล้งนี้ทางจังหวัดลำปางใคร่ขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรให้งดการปลูกข้าวนาปรัง แต่ให้ปลูกพืชเศรษฐกิจระยะสั้นที่ใช้น้ำน้อยทดแทน และขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ตลอดจนในช่วงสภาวการณ์ภัยแล้งนี้ ที่อาจเกิดผลกระทบระยะสั้นน้ำไม่ไหลหรือขาดแคลน จึงขอฝากเตือนให้พี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนควรได้มีการจัดเตรียมภาชนะรองรับเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นายชาญณรงค์ ปันเต
ผู้เรียบเรียง : นางสาวจันทร์สวย บุญนำมา
แหล่งที่มา : สปชส.ลำปาง

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ