มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเสวนา “สถานการณ์ PM 2.5 นโยบายที่ประเทศไทยต้องทำ”

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 25 มี.ค. 2564
  • อ่าน : 191 ครั้ง

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เครือข่ายสภาลมหายใจ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาภาคเหนือ จัดเสวนา “สถานการณ์ PM2.5 นโยบายที่ประเทศไทยต้องทำ” (Round Table Dialog on PM2.5 : Thailand Guiding Policy)

              ที่ห้องฝ้ายคำ สำนักบริการวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการเสวนา “สถานการณ์ PM 2.5 นโยบายที่ประเทศไทยต้องทำ” โดยมีพันตำรวจตรียงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมการเสวนาดังกล่าว

            การเสวนาวิชาการในครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาในเชิงระบบ ทำให้ทราบถึงต้นตอ สาเหตุ โครงสร้างของปัญหา และพฤติกรรมของฝุ่นควันพิษ โดยพบว่า ในปีนี้ จากการตรวจสอบจุดความร้อนโดยระบบดาวเทียมภาพรวมโดยส่วนใหญ่พบว่า พื้นที่ภาคเหนือ ภายในประเทศมีจุดความร้อนที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาและพื้นที่เดียวกัน แต่สำหรับพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มีจุดความร้อนหนาแน่น เข้มข้น รวมถึงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านในทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนทำให้เกิดฝุ่นพิษข้ามแดนมายังประเทศไทย แม้จะมีการเตรียมการรับมือสถานการณ์สาธารณภัยจากฝุ่นพิษขนาดเล็กของหน่วยงานต่าง ๆ อยู่แล้วก็ตาม แต่ก็เป็นการเตรียมการที่เป็นการตั้งรับ ยังไม่มีนโยบายเชิงรุกอย่างแท้จริงที่จะต้องดำเนินการกันตลอดทั้งปี แทนที่จะต้องรอแก้ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงต้นปี จึงต้องมีนโยบายเพื่อปรับแผนการจัดการฝุ่นควันขนาดเล็กเสียใหม่  โดยแผนการเพื่อรองรับสถานการณ์ฝุ่นควันพิษขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นในแต่ละจังหวัดของพื้นที่ภาคเหนือ ยังไม่มีการบูรณาการแผน บูรณาการทรัพยากรด้านงบประมาณ กำลังคน เครื่องมืออุปกรณ์ จึงทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะบรรลุผลได้ตามแผน แม้ระบบการจัดการฝุ่นควันพิษภายในประเทศจะดีขึ้นโดยภาพรวม แต่ยังขาดนโยบายการจัดการฝุ่นควันพิษ ข้ามแดนซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาในเวทีประชาคมอาเซียน  รวมถึงนโยบายในระยะยาวที่ประเทศไทยต้องดำเนินการ คือ การเปลี่ยนโครงสร้างของระบบการผลิตพืชผลทางการ เกษตรและโครงสร้างของระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา ที่ยั่งยืนและระบบเศรษฐกิจ BCG มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องผลักดันให้มีกฎหมายเพื่อรับรอง “สิทธิในอากาศสะอาด” ให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขสถานการณ์สาธารณภัยจากฝุ่นพิษขนาดเล็ก

 

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นางสาวพิมลกัลย์ เดชะชัย ทีมข่าว สวท.เชียงใหม่
ผู้เรียบเรียง : นางสาวธิติมา พันรอด
แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่

ข่าวที่น่าสนใจ