ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID – 19 เพิ่มเติม

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2564
  • อ่าน : 168 ครั้ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผย ธปท. เร่งออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID – 19 มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน ให้ลูกหนี้ทั้งในและนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุด ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ

          นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID – 19 เพิ่มเติม คือ มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการ ทั้งในและนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยเมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้แล้ว สถาบันการเงินจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้ โดยสามารถติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแสดงความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ในส่วนลูกหนี้รายย่อย ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท คือ บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล : ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง, สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ : เพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้, เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ : กำหนดแนวทางในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) ไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงที่พักบนค่างวดที่พักชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้  และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน : เพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 64 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นางสาวพิมลกัลย์ เดชะชัย ทีมข่าว สวท.เชียงใหม่
ผู้เรียบเรียง : นางสาวธิติมา พันรอด
แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่

ข่าวที่น่าสนใจ