กัญชงพืชเศรษฐกิจใหม่ มีเกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตปลูกแล้วกว่า 70 กลุ่มรวมพื้นที่ปลูกประมาณ 600 ไร่  

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 19 ต.ค. 2564
  • อ่าน : 90 ครั้ง

หลังจากที่รัฐบาลปลดล็อกให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาและกัญชงได้แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทำให้เกษตรกรบางส่วนให้ความสนใจและหันมาปลูกกัญชงหวังสร้างรายได้ให้มากขึ้น ติดตามได้จากรายงานค่ะ

กัญชงถือเป็นพืชอีกหนึ่งตัว ที่รัฐบาลได้มีการประกาศปลดล็อก และผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่เปิดโอกาสให้ขออนุญาตปลูก ครอบครอง สกัด ส่งออกและนำเข้ากัญชงได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การปลูกกัญชงผู้ปลูกจะต้องมีใบอนุญาตที่ออกโดยคณะกรรมการอาหารและยาหรืออย.ซึ่งจะต้องระบุที่มาของเมล็ดพันธุ์และแหล่งรับซื้อช่อดอกกัญชง  ที่ได้รับอนุญาต

นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช กรรมการ/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บ.อาร์แอนด์บีฟู้ดซัพพลายจำกัด(มหาชน)  กล่าวว่า บริษัทได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องทั้งในส่วนของการสกัดสาร cbd  การสกัดน้ำมันเมล็ดกัญชง และใบอนุญาตเกี่ยวกับการปลูกเชิงพาณิชย์ ขณะนี้ ได้ทำสัญญาร่วมกับกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชงแล้วกว่า 70 กลุ่มรวมพื้นที่ปลูกกัญชงประมาณ 600 ไร่  ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป  กลุ่มเกษตรกรบางท่านมีประสบการณ์ในการปลูกอยู่แล้วอาจจะเคย ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยในการปลูกกัญชาหรือกัญชง เพราะฉะนั้นเขาจะมีประสบการณ์ในการปลูก บางกลุ่มปลูกพืชชนิดอื่นอยู่ แล้วตอนนี้หันมาสนใจปลูกกัญชงกัน เกษตรกรเหล่านี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งที่จำเป็นในแปลงอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนปรับเปลี่ยนพื้นที่เราต้องดูแลตามสถานการณ์ บริษัทมีข้อกำหนดต่างๆที่เข้าไปช่วยหรือมีฝ่ายส่งเสริมเกษตรเข้าไปช่วยด้วยต้องบอกว่าเราทำงานด้วยกันกับเกษตรกรเพราะฉะนั้นเราจะเข้าไปดูและช่วยกันปรับปรุงเจอปัญหาอะไรก็ช่วยกันแก้โดยยึดหลักตามหลักมาตรฐานข้อกำหนดสารตกค้างมีไม่เกินเท่าไหร่ตามมาตรฐานอย.อยู่แล้ว

                ด้าน นางสาวนรีรัตน์ วงศ์ดี เกษตรกรตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ คือหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชงและทำสัญญาร่วมกับบริษัทอาร์แอนด์บีฟู้ดซัพพลายฯ เล่าว่า เดิมพื้นที่ตรงนี้ให้เกษตรกรปลูกข้าวเพื่อที่จะเอาไว้รับประทานในครอบครัวและตอนนี้ได้มาเปลี่ยนเป็นปลูกกัญชงจึงปรับพื้นที่ ให้เป็นพื้นที่ราบพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เฉพาะที่ปลูกกัญชง ระยะเวลาการศึกษาจะมีประมาณ 3 ปีตั้งแต่รัฐบาลเริ่มเผยมาว่าจะอนุญาต จึงเริ่มเข้ามาศึกษาเพราะเห็นถึงโอกาสของรายได้ ที่จะนำมาพัฒนาชุมชน โดยการเริ่มมาจากวิสาหกิจชุมชนก่อน เริ่มหา Contact ว่าควรไปติดต่อกับใครเพราะว่าในการปลูกพืชหรือทำกสิกรแบบเก่าเขาจะใช้ปลูกมาก่อนแล้วค่อยไปหาที่ขายพอเรามาทำเราคิดว่าควรจะใช้การตลาดนำเลยไปหาคอนแทคจนได้เรียบร้อยแล้วถึงได้ดำเนินการ/บริษัทสนับสนุนทุกอย่างทั้งความรู้ข้อมูลที่ตรงไหนที่ขาดตรงไหนที่เราต้องไปติดต่อสสจติดต่อทางบริษัทจะให้การช่วยเหลือรวมถึงการให้การช่วยเหลือเรื่องของการเราควรที่จะใช้เมล็ดพันธุ์แบบไหนในการเพาะปลูกเราควรที่จะปลูก Outdoor พันธุ์ไหนที่ควรใช้ลักษณะการวางแปลงเป็นอย่างไรทางบริษัทจะสนับสนุนข้อมูลให้หมด

            นับเป็นการเปิดกว้างของรัฐบาล ที่ให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้จากพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตได้ต่อไปอีกอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธิติมา พันรอด ทีมข่าว สวท.เชียงใหม่
ผู้เรียบเรียง : น.ส.ธิติมา พันรอด
แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่

ข่าวที่น่าสนใจ