โครงการฯ กิ่วลม-กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง เริ่มระบายน้ำเพื่อรักษาความสมดุลของน้ำที่ไหลเข้า-ออกเขื่อน แนะประชาชนท้ายเขื่อนเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • ข่าวจาก : สวท.ลำปาง
  • เมื่อวันที่ : 8 ส.ค. 2565
  • อ่าน : 907 ครั้ง

นายพีรยุทธ์ เหมาะพิชัย ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือน ในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 10-13 สิงหาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่งผลให้มีฝนตกต่อเนื่องทางตอนบนของจังหวัดลำปาง และมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมาในอัตรากว่า 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจากการประเมินจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จะมีน้ำไหลเข้าเขื่อน 7 วันล่วงหน้า เขื่อนกิ่วคอหมาจะมีน้ำไหลเข้า 69.3 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนกิ่วลมจะมีน้ำไหลเข้า 70.8 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำให้น้ำเกินความจุที่ระดับเก็บกัก

เพื่อเป็นการรักษาความสมดุลของน้ำที่ไหลเข้า-ออกเขื่อน ให้สามารถควบคุมป้องกันบรรเทาอุทกภัย ความปลอดภัยกับตัวเขื่อน และเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดฝนตกหนักจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องมรสุมพาดผ่านหรือพายุจร โดยการเพิ่มของพื้นที่ว่างในการรองรับปริมาณน้ำที่จะเกิดขึ้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา จะเริ่มระบายน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง โดยเขื่อนกิ่วคอหมา ระบายลงสู่แม่น้ำวังด้วยอัตราประมาณ 30.00-60.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่วันที่ 9 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป และเขื่อนกิ่วลม ระบายลงสู่แม่น้ำวังด้วยอัตราประมาณ 30.00-95.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป ทั้งนี้ จนกว่าระดับน้ำในเขื่อนทั้ง 2 แห่ง จะมีระดับตามเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำที่ประมาณ 70 % ของความจุเขื่อน ซึ่งปริมาณน้ำที่ระบายอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ที่มีการทำการเพาะปลูกบริเวณลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำวัง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำและฝนที่ตกด้านท้ายเขื่อน จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำวัง ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ สัตว์เลี้ยง รวมถึงสิ่งก่อสร้างในลำน้ำวัง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อัมฤทธิ์ จานุวี โทร. 063 270 4713
ผู้เรียบเรียง : เยาวลักษณ์ เครือคำขาว
แหล่งที่มา : สวท.ลำปาง

ข่าวที่น่าสนใจ