อุทยานฯ ดอยขุนตาล ห้ามมิให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ในช่วงหน้าแล้ง เพื่อลดปัญหาไฟป่า

  • ข่าวจาก : สวท.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 1 มี.ค. 2564
  • อ่าน : 212 ครั้ง

     อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ได้มีการประกาศ เรื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ในช่วงฤดูไฟป่า เนื่องจากช่วงฤดูแล้งของทุกปีในท้องที่ของจังหวัดลําปาง และลําพูน มักเกิดปัญหาไฟป่า ก่อให้เกิดหมอกควันในอากาศเกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

     อีกทั้งยังส่งผลเสียหาย ต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ และทําให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ที่จําเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

     สำหรับที่ผ่านมาจากการตรวจสอบจุดความร้อน หรือ Hotspots ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๒ – ๒๕๖๓ มีจุด Hotspots เกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก ในท้องที่ตําบลทาปลาดุก อําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ตําบลเวียงตาล ตําบลห้างฉัตร และตําบลวอแก้ว อําเภอห้างฉัตร ตําบลบ้านเอื้อม อําเภอเมือง จังหวัดลําปาง ซึ่งสาเหตุการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากคนที่เข้าไปในป่าเพื่อเก็บหาของป่า ล่าสัตว์ป่า และเผาวัชพืชในพื้นที่ เกษตรกรรม แล้วลุกลามเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทําให้เกิดไฟป่าขึ้น

     ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จังหวัดลําปางและจังหวัดลําพูนจึงประกาศ อาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒๐ และตามระเบียบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๔ ข้อ ๔ (๑๑) ห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ในช่วงฤดูไฟป่า ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔ ในท้องที่ตําบลทาปลาดุก อําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ตําบลเวียงตาล ตําบลห้างฉัตร ตําบลวอแก้ว อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง และตําบลบ้านเอื้อม อําเภอเมือง จังหวัดลําปาง ยกเว้นมีเหตุกรณีจําเป็นให้ประสานกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

     นอกจากน้การเผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ต้องมีการควบคุม ไม่ให้ไฟลุกลามเข้าป่า หากเกิดไฟป่าจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ ๔ ปี ถึง ๒๐ ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง ๒,000,000 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ถึง ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนากร ลังกาพินธุ์
ผู้เรียบเรียง : ศรีอุไร นุกูลกิจบำรุง
แหล่งที่มา : สวท.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ