พื้นที่ ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา ลำพูน ยังพบโคป่วย “โรคลัมปี้ สกิน” ขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังต่อเนื่อง

  • ข่าวจาก : สวท.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 24 ส.ค. 2564
  • อ่าน : 178 ครั้ง

          นายสวาท  เพียรพนัสสัก นายกเทศมนตรีตำบลทาปลาดุก มอบหมายให้ นายประพรรณ์ ยาวิชัย รองนายกเทศมนตรีตำบลทาปลาดุก พร้อมกับสิบเอกชิษณพงศ์ ยศบุญยืน เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลทาปลาดุก และนางสาวฐาปนี  ธนันชัย นักวิชาการสาธารณสุขเทศบาลตำบลทาปลาดุก ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแม่ทา,กำนัน ต.ทาปลาดุก ฝังซากโคนมป่วยตายด้วยโรคระบาดลัมปี สกิน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

          โดยก่อนหน้านี้ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ได้ประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่ทา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เนื่องด้วยได้เกิดสถานการณ์โรคระบาด โรคลัมปี้ สกิน (Lumpy Skin Disease : LSD) ในโค กระบือ ในพื้นที่ หมู่ที่ 2,5,7,12,13 ต.ทาปลาดุก และหมู่ที่ 1,10,10 ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน และภัยยังไม่สิ้นสุด ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

          ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ผู้อำนวยการจังหวัดลำพูน จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป

          อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ กรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคทุกท่าน เฝ้าระวังโรคระบาดใหม่ที่เกิดขึ้น หรือ “ลัมปี สกิน” (Lumpy skin disease) ในโคนม โคเนื้อ และกระบือ

            โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คือ น้ำนมลดลง (สูงสุดถึง 40%) โคขุนอาจมีอัตราการเจริญเติบโต/วัน ลดลง (ในช่วงป่วยและการรักษาจนหายระยะเวลา 1-2 เดือน) แม่โค มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ ผสมไม่ติด โคอายุน้อยมักอาการรุนแรงและเสียชีวิต และโคที่ป่วยมักหายช้า และอาจไม่คืนสภาพ ทั้งยังอาจมีผลกับระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

            เกษตรกรควรต้องกำจัดแมลงดูดเลือดในฟาร์ม พ่นสารกำจัดแมลงที่คอกและตัวสัตว์ เช่น ไซเปอร์เมทริน แอลฟ่าไซเปอร์เมทริน เดลตาเมทริน หรือ อะมิทราซ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย และไม่ตกค้างในน้ำนม สม่ำเสมอ นอกจากนี้ให้เกษตรกรติดที่ดักจับแมลง หรือใช้หลอดไฟไล่แมลง และหากพบโคที่สงสัยรีบแจ้งหมอหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเพื่อที่จะวินิจฉัยและควบคุมโรคต่อไป

            สำหรับฟาร์มใดที่พบโคสงสัยว่าจะเป็นโรค ควรรีบแยกสัตว์ออกจากฝูง แจ้งหมอ และกำจัดแมลงอย่างเร่งด่วน

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนากร ลังกาพินธุ์
ผู้เรียบเรียง : ศรีอุไร นุกูลกิจบำรุง
แหล่งที่มา : สวท.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ