“ป๋าชัย วัย 59 ปี” คนหละปูนผู้พิชิตสนามวิ่ง 100 กม. มากกว่า 5 สนาม และอีกกว่า 300 สนาม ในระยะ Full Marathon 42 กม. เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่เป็นนักวิ่ง และผู้ที่หันมาออกกำลังกาย

  • ข่าวจาก : สวท.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 15 ก.ย. 2564
  • อ่าน : 108 ครั้ง

          นายศรีศิริ  หน่อแก้ว หรือ ป๋าชัย (ชื่อที่นักวิ่งส่วนใหญ่รู้จัก) นักวิ่งชาวลำพูน วัย 59 ปี เป็นชาวลำพูนโดยกำเนิด ผู้ที่พิชิตสนามวิ่งในระยะทาง 100 กิโลเมตร มากกว่า 5 สนาม และอีกกว่า 300 สนาม ในระยะ Full Marathon 42 กิโลเมตร โดยตนเล่าว่าในชีวิตเริ่มวิ่งอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 20 ปี อาศัยฝึกฝนเก็บประสบการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านทักษะ และเทคนิคต่างๆ ซึ่งในครั้งหนึ่งในชีวิตป๋าชัยเคยลงแข็งขันวิ่ง ระยะไกลสุด 166 กิโลเมตร ใช้เวลารวม 24 ชั่วโมง และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 6 ของการแข็งขันรายการดังกล่าว

          สำหรับการซ้อมเพื่อลงวิ่งในระยะทาง 100 กิโลเมตร ป๋าชัยยังได้เล่าว่า ตั้งแต่ในช่วงปี 2563-2564 คิดระยะทางรวมแล้วน่าจะเกินระยะ 5,000 กิโลเมตร โดยในเกือบทุกวันตนนั้นจะซ้อมวิ่งเป็นประจำอยู่ที่สนามกีฬากลาง อบจ. ลำพูน พร้อมกับพี่ๆ น้องๆ นักวิ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันครั้งต่อไป นอกเหนือไปจากการซ้อมในสนามกีฬาแล้ว ตนยังอาศัยวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ออกไปซ้อมเพิ่มความอดทนโดยการ เดิน วิ่ง ขึ้นลงภูเขา (วิ่งเทรล หรือ trail running) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความอดทนให้กับร่างกาย เนื่องจากการแข่งขันประเภทนี้ เป็นการแข็งขันที่มีความยาก ไม่สามารถรคาดเดาเส้นทาง รวมถึงลักษณะทางกายภาพโดยรอบที่เราจะพบเจอข้างหน้าได้ อาทิ หิน ดิน หลุม โคลน แหล่งน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากไม่ได้มีการซ้อมที่ดี อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างทางได้

          อย่างไรก็ตามป๋าชัย ยังได้แนะนำสำหรับผู้ที่อยากเริ่มวิ่ง หรือหันมาออกกำลังกายโดยการวิ่ง เริ่มแรกควรเริ่มจากการเดินเบาๆ สลับกับเดินเร็ว ค่อยๆเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น และหลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้ง ช้าๆ ค่อยๆเพิ่มระยะให้ไกลขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ร่างกายค่อยปรับตัวและทนต่อสภาพความเหนื่อยล้า แต่ไม่ควรหักโหม อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้

          ส่วนผู้ที่อยากหันมาวิ่งเทรล ป๋าชัยแนะนำให้ลองซ้อม เดิน วิ่ง ในระยะสั้น 10-20 กิโลเมตร บ่อยๆ พร้อมกับทั้ง บอดี้เวท (Bodyweight) เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา และส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง ให้ได้ทักษะ เทคนิค รวมถึงความแข็งแกร่ง เนื่องจากการวิ่งประเภทนี้จะไม่เหมือนวิ่งบนผิวทางที่เรียบ

          ทั้งนี้ป๋าชัยได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า การวิ่งจะช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ จนแทบจะไม่ต้องเดินทางไปหาหมอบ่อยๆ ซึ่งสำหรับใครที่อยากออกกำลังกายสามารถเริ่มได้ทันที อยู่ที่ตัวเรา ไม่ต้องรอให้หมอมาสั่ง โดยปัจจุบันตนนั้นไม่มีโรคประจำตัวแม้แต่โรคเดียว

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธนากร ลังกาพินธุ์
ผู้เรียบเรียง : ศรีอุไร นุกูลกิจบำรุง
แหล่งที่มา : สวท.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ