ลำพูน พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด19 เพิ่ม 1 ราย สะสม 3 ราย

  • ข่าวจาก : สวท.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 30 มี.ค. 2563
  • อ่าน : 2359 ครั้ง

สรุปข่าวโควิด19 วันที่ 30 มี.ค. 63 ลำพูน พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด19 เพิ่ม 1 ราย สะสม 3 ราย รับการดูแลเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการใกล้ชิด (PUI) ในโรงพยาบาลลำพูน จำนวน 14 ราย รอผลตรวจ 9 ราย

วันที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 15.30 น. ที่ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายวิทยา พลสีลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน และนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพิ่มเติม 1 ราย รวมพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน สะสม 3 ราย ผู้ป่วยรายที่ 3 เป็นภรรยาของผู้ป่วยรายที่ 2 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผู้ป่วยรายที่ 1 ชายไทย อายุ 39 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย

  • เดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ด้วยเครื่องบิน ของการบินไทย เที่ยวบิน TG434 ออกเดินทางจากกรุงจากาตาร์ อินโดนีเซีย ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 17.00 น. ขณะนี้ประกาศให้ผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าวรายงานตัวโดยด่วน
  • วันที่ 19 มีนาคม 2563 เวลา 18.50 น. เดินทางด้วยเครื่องบิน ของการบินไทย  เที่ยวบิน TG120 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินเชียงใหม่ เวลา 20.00 น. ขณะนี้ประกาศให้ผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าวรายงานตัวโดยด่วน
  • เมื่อลงเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่แล้ว น้องชายมารับที่จุดนัดหมายในสนามบิน ผู้ป่วยขับรถไปส่งน้องและให้น้องกลับบ้านเอง จากนั้นผู้ป่วยได้ขับรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้านพักในจังหวัดลำพูน และแยกตนเองอยู่เพียงลำพังในบ้านพัก ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำและเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • ระหว่างที่ผู้ป่วยกักตัวเอง มีมารดาของผู้ป่วยดูแลใกล้ชิดเพียงคนเดียว มารดาได้เข้ารับการตรวจแล้ว ผลตรวจยืนยันไม่พบเชื้อโควิด 19 แต่ยังจะต้องอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ จนครบเวลา 14 วัน    

ผู้ป่วยรายที่ 2 ชายไทย อายุ 30 ปี ทำงานสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่

  • วันที่ 17 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยที่ยังไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ โดยเข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิง WB Pub จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ประกาศให้ผู้ที่เข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิงดังกล่าว ในวันที่ 17 – 18 มีนาคม 2563 ซึ่งไม่ทราบจำนวน และไม่สามารถติดตามตัวเพื่อเข้ารับคำแนะนำในการเฝ้าระวังสังเกตอาการได้ รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน  
  • วันที่ 18 มีนาคม 2563 สถานบันเทิงที่ตนเองทำงานอยู่ปิด จึงเดินทางกลับมาพักที่บ้านพักในจังหวัดลำพูน มาอยู่ร่วมกับครอบครัว จำนวน 5 คน (ภรรยา,ลูก,แม่,พี่สาว,พี่เขย) ในบ้านหลังเดียวกัน ผลการตรวจคนในครอบครัวทั้ง 5 คน ไม่พบเชื้อ 4 คน พบติดเชื้อ 1 คน คือ ภรรยา (นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 3 ของจังหวัดลำพูน)
  • วันที่ 19 – 22 มีนาคม 2563 กักตัวเองอยู่ในบ้านพักตลอดไม่ได้ออกไปไหน
  • วันที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 14.00 – 14.30 น. ไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่ง (แพทย์ที่ให้การรักษาไม่ใช่แพทย์สถานบริการของรัฐ) ด้วยอาการป่วย แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโพรงจมูกอักเสบ ให้การรักษาโดยการรับยาไปรับประทานต่อที่บ้าน (ใช้เวลาตรวจ 5 นาที) ขณะนี้แพทย์ผู้รักษา อยู่ระหว่างรอผลการตรวจ
  • วันที่ 24 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยกักตัวเองอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน
  • วันที่ 25 มีนาคม 2563 มีเพื่อนจำนวน 5 คน (ชาย 4 คน หญิง 1 คน) มาทานหมูกระทะที่บ้านพร้อมกัน และในขณะนั้นเพื่อนที่ทำงานร่วมกัน แจ้งให้ทราบว่าป่วยติดเชื้อ ขณะนี้เพื่อนที่มาทานอาหารร่วมกันอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ
  • วันที่ 26 – 28 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยอยู่ในการดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลลำพูน
  • วันที่ 28 มีนาคม 2563 ผลตรวจยืนยันพบว่าติดเชื้อ
  • การสอบสวนโรค พบว่ามีพี่เลี้ยงของลูกผู้ป่วยอีก 1 รายที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิด ขณะนี้อยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลลำพูนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจ
  • แพทย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วย 1 ท่าน และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิก 5 คน ถือเป็นผู้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิด ขณะนี้อยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลลำพูนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และแจ้งให้สถานพยาบาลหยุดดำเนินการ
  • เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการดูแลความสะอาดของบ้านผู้ป่วยตามมาตรการของกรมควบคุมโรค

ผู้ป่วยรายที่ 3 เป็นเพศหญิง ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายที่ 2

  • ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคผู้สัมผัสใกล้ชิด ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ต่อไป
  • อย่างไรก็ตาม บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีประกาศชี้แจงกรณีพนักงาน สาขานิคมลำพูน ติดเชื้อโควิด 19 ว่า วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2563 บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า พนักงานปฏิบัติหน้าที่ ณ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส สาขานิคมลำพูน ตั้งอยู่ถนนศรีบุญยืน - หนองเป็ด ได้เข้ารับการตรวจและยืนยันผลติดเชื้อโควิด 19 โดยบริษัทฯ ได้ให้พนักงานทุกคนหยุดปฏิบัติงานเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการใกล้ชิด และทำการปิดสาขาดังกล่าวนี้เป็นเวลา 3 วัน เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดทันที

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้ในโรงพยาบาลลำพูน มีผู้ป่วยยืนยันเชื้อ 3 ราย ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอาการไม่รุนแรง แพทย์ให้การรักษาตามอาการ นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยเข้ารับการดูแลเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการใกล้ชิด (PUI) จำนวน 14 ราย รอผลตรวจ 9 ราย ทั้งหมดแยกกันอยู่โดยเด็ดขาด ขณะนี้ทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลลำพูน ทุกคนมีขวัญกำลังใจดี  โรงพยาบาลลำพูน มีเป้าหมายที่จะดำเนินการรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องปลอดภัย ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพ ด้านอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการป้องกันและการรักษา ยืนยันว่ามีเพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากภาคเอกชนจะสนับสนุนทางโรงพยาบาลยินดีรับ เพื่อนำมาบริหารจัดการให้เหลือใช้ในระยะเวลาที่มากขึ้นต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการบริหารจัดการของโรงพยาบาลลำพูน ด้วยว่า งดให้ญาติของผู้ป่วยทุกรายที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ให้โทรสอบถามอาการได้เท่านั้น  ทั้งยังได้พิจารณาอาการป่วยและยึดเวลาการนัดหมายผู้ป่วยออกไปเป็นรายกรณี และจะมีการให้คำปรึกษาผู้ป่วยทางโทรศัพท์ แล้วจัดการส่งยาทาง ปณ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมทั้งแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ขณะนี้จำนวนโลหิตที่จะต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยรายอื่นๆ มีจำนวนลดน้อยลงมาก เนื่องจากมีคนมาบริจาคเลือดจำนวนน้อย หากประชาชนท่านไหนที่มีความพร้อมสามารถติดต่อเพื่อบริจาคเลือดให้กับโรงพยาบาลลำพูนได้

อนึ่ง สถานการณ์โควิด 19 ลำพูน ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 มีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศสะสม 459 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศ ได้แก่ จีน (รวมฮ่องกง และมาเก๊า) จำนวน 39 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 4 ราย เกาหลีใต้ 29 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 7 ราย อิตาลี 3 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 3 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่องและควรหลีกเหลี่ยงการเดินทาง (29 ประเทศ) จำนวน 239 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 36 ราย ประเทศอื่นๆที่มีการรายงานการเกิดโรค 149 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 61 ราย ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพ – ปริมณฑล จำนวนสะสม 893 คน ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวังทั้งหมด พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 3 ราย รับการดูแลเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการใกล้ชิด (PUI) ในโรงพยาบาลลำพูน จำนวน 14 ราย รอผลตรวจ 9 ราย

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นันทพร ฝั้นเครือ 053525565
ผู้เรียบเรียง : มัณฑนา อาษากิจ 053525565
แหล่งที่มา : สวท.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ