มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จัดทำหนังสือฐานที่มั่นสุดท้ายนกยูงไทย

  • ข่าวจาก : สวท.พะเยา
  • เมื่อวันที่ : 13 ก.ย. 2563
  • อ่าน : 358 ครั้ง

มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จัดทำหนังสือฐานที่มั่นสุดท้ายนกยูงไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแหล่งที่มีนกยูงไทยหนาแน่นที่สุด ด้วยภาพถ่ายในธรรมชาติที่สมบูรณ์ ก่อนเทศกาลนับนกยูง ที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

 

                รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยพะเยามุ่งเน้นในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การจัดทำหนังสือเล่มนี้มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่ประกอบไปด้วยจังหวัดพะเยา เชียงราย แพร่ น่าน โดยมหาวิทยาลัยฯและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเล็งเห็นว่า ความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากนกยูงออกจากป่ามากินพืชผลทางการเกษตรมีมากขึ้น เนื่องจากการขยายพันธุ์ของนกยูงไทยมีอัตราที่รวดเร็วจนทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายจากฝูงนกยูงเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี แต่ในขณะเดียวกันนกยูงไทยหรือนกยูงเขียวก็เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทยและนานาชาติ มหาวิทยาลัยฯ ตระหนักดีว่าจะต้องใช้องค์ความรู้และบุคลากรที่มีเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน การจัดทำหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในสถานภาพของนกยูงไทยในหลากหลายมิติ และจะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอกประเทศ นอกจากความรู้ความเข้าใจที่ผู้อ่านจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้แล้ว ภาพประกอบในหนังสือยังเป็นภาพนกยูงในธรรมชาติที่สวยงามจากช่างภาพมืออาชีพที่ทุ่มเทในการเก็บภาพนกยูงมาเป็นระยะเวลานาน ภาพต่างๆ ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้จึงเป็นการรวบรวมความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของภาคส่วนต่างๆ เพื่อจะทำให้คนกับนกยูงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

                ด้าน ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี ผู้รับผิดชอบโครงการพะเยาเมืองรักษ์นกยูงไทยระดับโลก กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นเครื่องมือในการเชื่อมความเข้าใจถึงความสำคัญของนกยูงไทยและความเชื่อมโยงด้านศิลปวัฒนธรรมกับการค้าในระดับนานาชาติได้ เพราะประเทศในทวีปเอเชียต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับนกยูงที่คล้ายคลึงกัน ความเชื่อ และการอนุรักษ์ จึงจะดำเนินไปควบคู่กัน นอกจากหนังสือฐานที่มั่นสุดท้ายนกยูงไทยเล่มนี้แล้ว โครงการดังกล่าวยังทำงานในทุกมิติ ทั้งการอนุรักษ์ การพัฒนาการท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อทำให้คนในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากนกยูงสามารถอยู่ร่วมกับนกยูงไทยอย่างสันติและยั่งยืน ดังนั้นจะพยายามทำให้นกยูงซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรในท้องถิ่นนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหลายหน่วยงานร่วมมือกันบูรณาการงานต่างๆให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงที่สุด และในเทศกาลนับนกยูงที่จะเกิดขึ้นช่วงพฤศจิกายนนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาชมนกยูงในธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นและชุมชนก็จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย

                สำหรับหนังสือฐานที่มั่นสุดท้ายนกยูงไทย ได้จัดทำเป็น 2 รูปแบบคือ จัดพิมพ์จำนวน 1,000 เล่ม และฉบับมัลติมีเดียบุ๊คที่ประกอบไปด้วยเนื้อหา ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวของนกยูงตามธรรมชาติ ผ่านเว็บไซต์ www.gpeafowlboook.up.ac.th ซึ่งในเว็บไซต์ยังสามารถดาวน์โหลดหนังสือในรูปแบบของไฟล์ PDF ได้ฟรีอีกด้วย

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ประมวล อุปกิจ
ผู้เรียบเรียง : อานนท์ ติ๊บย้อย
แหล่งที่มา : สวท.พะเยา

ข่าวที่น่าสนใจ