แรงงานพะเยาให้ความรู้แรงงานผู้สูงอายุปรับตัวสร้างความเข้มแข็ง รับสถานการณ์โควิด-19 ตามโครงการสร้างเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานนอกระบบในสังคมสูงวัย ปี 2564

  • ข่าวจาก : สวท.พะเยา
  • เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2564
  • อ่าน : 92 ครั้ง

             นางรภัสสา พานิกุล แรงงานจังหวัดพะเยา เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “ทิศทางการดำเนินงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้สูงอายุ” โครงการสร้างเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานนอกระบบในสังคมสูงวัย ประจำปีงบประมาณ 2564 ณ ห้องพรนภา โรงแรมพะเยาเกทเวย์  ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพะเยา จัดขึ้น เพื่อให้แรงงานนอกระบบกลุ่มผู้สูงอายุรวมตัวกันเป็นเครือข่าย ประสานความร่วมมือให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการได้รับแจ้งข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และเบาะแสการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนให้ทราบถึงช่องทางบริการที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ เพื่อการเข้าถึงสิทธิการคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

            แรงงานจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมของผู้สูงอายุ รวมทั้งโครงสร้างของประชากรและโครงสร้างของกำลังแรงงานเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุยังต้องทำงานเพิ่มขึ้นด้วย ในส่วนของสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพะเยา พบว่า มีประชากรวัยแรงงาน 346,004 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 215,080 คน ประกอบด้วยผู้มีงานทำ 206,575 คน ผู้ว่างงาน 4,300 คน และผู้รอฤดูกาล 4,205 คน ผู้อยุ่นอกกำลังแรงงาน 130,924 คน มีแรงงานนอกระบบ 157,137 คน มีแรงงานต่างด้าว 1,110 คน มีผู้ประกันตน 74,725 ราย ในส่วนของสำนักงานแรงงานจังหวัดพะเยาได้มีการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ได้แก่ โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพโดยฝึกอาชีพต่าง ๆ จำนวน 8 รุ่น คือ หลักสูตรการทำหมอนอิงผ้าด้นมือ การจักสานจากวัสดุธรรมชาติ การทำกระเป๋าผ้า จักสานผักตบชวา ทำชาสมุนไพร ทำชาชงดื่มจากบัวหลวงกว๊านพะเยา ทำน้ำพริกคั่วทราย และการเลี้ยงผึ้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งกิจกรรมจ้างงานเร่งด่วนและกิจกรรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน

            ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ โดยส่งเสริมการมีงานทำและฝึก ทักษะฝีมือเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งยังขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประกันสังคมและกฎกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ขยายอายุการเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 จากเดิม 60 ปีบริบูรณ์เป็นไม่กำหนดอายุขั้นสูง ประกันเงินบำนาญขั้นต่ำให้แก่ทายาท กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตภายใน 60 เดือน ปรับสูตรการคำนวณบำนาญของผู้ประกันตนเมื่อเกษียณอายุ และพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ผู้รับบำนาญสามารถเป็นผู้ประกันตนต่อไป โดยได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี (เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย)

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ประมวล อุปกิจ
ผู้เรียบเรียง : อานนท์ ติ๊บย้อย
แหล่งที่มา : สวท.พะเยา

ข่าวที่น่าสนใจ