มาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33,ม.39,ม.40 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ....

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.เชียงราย
  • เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2564
  • อ่าน : 371 ครั้ง

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดฉบับที่ 28  เพื่อลดผลกระทบในระยะสั้น สำหรับกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการ ทั้งในและนอกระบบประกันสังคม        โดยเป็นการทดแทนมาตรการช่วยเหลือตามมติครม. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ 1 เดือน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 13 จังหวัด ในกิจการที่ได้รับผลกระทบ 9 สาขา จากเดิมที่เห็นชอบไปแล้ว 2,519.38 ลบ. เพิ่มเป็น 13,504.696 ลบ. หรือเพิ่มขึ้น 10,985.316 ลบ. โดยมีรายละเอียดดังนี้

          1. ขยายพื้นที่จังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด   จากเดิม 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, นครปฐม, นนทบุรี นราธิวาส, ปทุมธานี,ปัตตานี, พระนครศรีอยุธยา, ยะลา, สงขลา, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

            2. กิจการรวม 9 สาขา ได้แก่

             1) ก่อสร้าง

             2) ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร

             3) ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ

             4) กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

             5) ขายส่งและการขายปลีก ซ่อมยานยนต์

             6) ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า

             7) กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน

             8) กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ

             9) ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 

         3. รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ

         3.1 ในระบบประกันสังคม

         นายจ้างและผู้ประกันตน ตามมาตรา 33  

            -นายจ้างและผู้ประกอบการ รัฐบาลยังคงจ่ายให้นายจ้างตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ สูงสุด      ไม่เกิน 200 คน 

            -ลูกจ้าง จ่ายเพิ่มเป็น  2,500 บาท/คน จากที่ลูกจ้างจะได้รับตามมาตรการช่วยเหลือเดิมเพียง 2,000 บาท/คน  ซึ่งเมื่อรวมกับจ่ายชดเชยเยียวยาร้อยละ 50 ของรายได้ให้ลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ทำให้ผู้ประกันตน ม.33 สัญชาติไทย จะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐไม่เกิน 10,000 บาท/คน   

           นอกจากนี้ ได้เพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40    ที่ประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน  สำหรับผู้ที่อยู่นอกระบบ ม. 33 อาชีพอิสระ ขอให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน ก.ค. 64  เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน  

 

          3.2 นอกระบบประกันสังคม 

           กลุ่มผู้ประกอบการ/นายจ้าง กรณีมีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.33) ภายในเดือน ก.ค. 64  เพื่อที่นายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ  สูงสุดไม่เกิน 200 คน ขณะเดียวกันลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน

            กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ภายในเดือน ก.ค. จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน รวมทั้งขยายมาตรการช่วยเหลือ จากเดิมให้เฉพาะผู้ประกอบการในหมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในโครงการคนละครึ่งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม ได้รับการช่วยเหลือ 3,000 บาทเท่านั้น  

         สำหรับผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน”  โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ 

         -ขยายให้ความช่วยเหลือจากเดิมเฉพาะหมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็น 5 กลุ่ม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้าน OTOP ร้านค้าทั่วไป ร้านค่าบริการและกิจการขนส่งสาธารณะ (ไม่รวมกิจการขนาดใหญ่) กรณีที่มีลูกจ้าง ขอให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/คน/สถานประกอบการ  สูงสุดไม่เกิน 200 คนและลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อจะได้รับเงินในอัตรา 5,000 บาทต่อคน

 

         ทั้งนี้ ในการจ่ายเงินชดเชยผู้ที่อยู่ในมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ-คำสั่งของรัฐบาล ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้รับการชดเชย 2,500 บาทด้วย และลูกจ้างแรงงาน มาตรา 33 ที่ตกงาน จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และจ่ายสมทบให้สัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน ไม่เกิน 10,000 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชน ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564

 

         ส่วนการจัดสรรให้นายจ้าง ที่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว 9 กิจการ จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ เลขประจำตัวประชาชน ให้แก่ นายจ้างที่อยู่ในเขต 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดหรือสีแดงเข้ม โดยนายจ้างได้สูงสุด 6 แสนบาท         (จากลูกจ้าง ไม่เกิน 200 คน ๆ ละ 3,000 บาท) ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 เช่นเดียวกัน

         ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 ซึ่งเป็นกลุ่มฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดนี้ รัฐบาลจะเยียวยา 5,000 บาท โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน       ในมาตรา 39 และ 40 ก่อนวันที่ 28 มิ.ย. 2564 ให้รีบสมัครภายในวันที่ 30 ก.ค. 2564 เพื่อสำนักงานประกันสังคมจะได้ส่งข้อมูล และโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564

        ขณะที่นายจ้างผู้ประกอบการ ในระบบ “ถุงเงิน” 5 หมวด   ให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามผู้ประกอบการในระบบถุงเงิน 5 หมวด ภายใต้โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ ที่ไม่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท ด้วยเช่นกัน

        ส่วน 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และอยุธยา ที่มีการประกาศเพิ่มเติม เพิ่มเติมสภาพัฒน์ จะนำเข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมการ  กลั่นกรองเงินกู้ภายในสัปดาห์นี้ และนำเข้า ครม. ในวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

        สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 สามารถสมัครง่าย ๆ ด้วยตนเองผ่านมือถือที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) เคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และที่เคาน์เตอร์บิ๊กซี (Big C) หรือสมัครผ่านผู้แทนเครือข่ายประกันสังคม

        ทั้งนี้ เมื่อสมัครแล้วสามารถจ่ายเงินสมทบได้ทันที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หรือที่สายด่วน 1506 ให้บริการ  ไม่เว้นวันหยุดราชการตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เนตรนิล เกิงฝาก
ผู้เรียบเรียง : ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
แหล่งที่มา : ส.ปชส.เชียงราย

ข่าวที่น่าสนใจ