ครม.มีมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤต

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 23 ม.ค. 2563
  • อ่าน : 713 ครั้ง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน รายงานว่า นายกฯ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองว่า ปัญหาหลายอย่างเกิดจากประชาชน แต่รัฐบาลจะโทษประชาชนไม่ได้ เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือ รวมถึงกฎหมายที่มีอยู่จะให้ดำเนินคดีทั้งหมดไม่ได้ เพราะหากต้องดำเนินคดีก็จะสร้างแต่ความเดือดร้อนกับทุกฝ่าย จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของปัญหาดังกล่าวและขอให้ร่วมมือกันลดการเผาวัชพืชหรืออื่นๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง และในวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.จะนำเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และประเมินค่าระดับฝุ่นละออง ก่อนที่จะมีพิจารณามาตรการต่างๆ ออกมาใช้อย่างเข้มงวด ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้และถือเป็นวาระแห่งชาติพร้อมทั้งฝากความห่วงใยไปยังกลุ่มเด็กเล็ก นักเรียน ผู้สูงวัย หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ขอให้หลีกเลี่ยงกับฝุ่นละออง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ขอให้ป้องกันตนเองโดยใช้หน้ากากปิดจมูก

       ครม.มีมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤตเนื่องจากพบว่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องและมีปริมาณอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดจากยานพาหนะโดยเฉพาะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล โรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง จึงต้องจำกัดจำนวนเพื่อลดการระบายมลพิษสู่อากาศโดยคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 มีมติให้ยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละออง PM2.5 ในสถานการณ์วิกฤต ให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการโดยเร่งด่วนดังนี้

      1) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

      (1) ออกข้อบังคับเพิ่มเติมเพื่อขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ห้ามเดินรถเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากวงแหวนรัชดาภิเษกขยายเป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก

      (2) ออกข้อบังคับหรือระเบียบตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เข้ามาในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครในวันคี่ (ตั้งแต่เวลา ๖.๐๐ น.ถึง ๒๑.๐๐ น.) ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2563 สำหรับวันคู่ให้เข้าได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด

      (3) ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับรถยนต์ควันดำอย่างเคร่งครัด

      (4) ออกคำสั่งห้ามการใช้รถที่มีมลพิษเกินมาตรฐานที่กำหนดมาใช้ในทางเดินรถและออกกฎกระทรวงเพื่อตรวจรับรองรถยนต์ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งแล้วตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

      2) กรมการขนส่งทางบก

      (1) ตรวจวัดควันดำอย่างเข้มงวดกับรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุดใน 50 เขต (บูรณาการร่วมระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร)

      (2) ปฏิบัติการร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการยกระดับความเข้มงวดการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุกเพื่อการออกคำสั่งห้ามใช้รถ

      3) กรมโรงงานอุตสาหกรรม

      (1) ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากตรวจสอบ แล้วไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด ให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภาย ในระยะเวลาที่กำหนดหรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ

      (2) ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตในช่วงวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง และสนับสนุนแรงจูงใจ (Incentive) ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ความร่วมมือ

      4) กรุงเทพมหานคร

     (1) แก้ไขปัญหาการจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง โดยกำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการ 12 ข้ออย่างเคร่งครัด    หากไม่ปฏิบัติตามให้ระงับการก่อสร้าง มาตรการทั้ง 12 ข้อ ได้แก่

- การวางแนวแบริเออร์ ให้จัดวางให้ตรงตามแนวเส้นทางจราจร

- ช่องทางกลับรถคับแคบ ให้เปิดช่อง U-Turn ให้กว้าง เพื่อให้รถยนต์กลับรถได้

  สะดวกขึ้น

- ให้ขนย้ายกองดิน เศษหิน เศษปูนทรายออกจากพื้นที่ก่อสร้างในทันที

- เร่งแก้ไขผิวจราจรให้เรียบร้อย

- แนวก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่ได้วางแผงแบริเออร์ ให้เปิดช่องทางชั่วคราว

- ให้เร่งก่อสร้างงานฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดที่สะพาน

- ให้จัดระเบียบรถบรรทุกในพื้นที่

- ปรับผิวจราจรให้เป็นช่องจราจรชั่วคราวเพิ่มขึ้น

- พื้นที่ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง แต่ปิดช่องจราจร ให้เปิดช่องจราจรเป็นครั้งคราว

- การเปิดแนวแบริเออร์แล้วไม่ปิดให้เรียบร้อย ให้ปิดกั้นให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย

- ติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราวตามแนวการก่อสร้าง

- ปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างและจัดทำทางสัญจรอย่างปลอดภัย

      (2) ไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำการเผา

      5) จังหวัดต่าง ๆ (ยกเว้น 9 จังหวัดภาคเหนือ)

     (1) ออกเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ควบคุมการเผาขยะมูลฝอย หญ้า พืชไร่ พืชสวน ตอซังข้าว หรือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของตนเองหรือที่สาธารณะในช่วงวิกฤติสถานการณ์ฝุ่นละออง

     (2) เข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมการก่อสร้างต่าง ๆ

      6) ข้อเสนออื่น

     (1) ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน ประชาชน    ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน

     (2) รถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน โดยกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดของหัวหน้าส่วนราชการ

     (3) ให้กระทรวงพลังงานพิจารณาสนับสนุนการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 ppm

     (4) ขอความร่วมมือกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี

     (5) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอื่นสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤต

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : รุจิรา เสนานุช 053-511555
ผู้เรียบเรียง : ชีวิน ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
แหล่งที่มา : ส.ปชส.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ