จังหวัดลำพูนเร่ง ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้มาตรการ Bubble and Seal  เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.ลำพูน
  • เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2564
  • อ่าน : 111 ครั้ง

         จังหวัดลำพูน พบผู้ติดเชื้อโควิด – 19 เพิ่มในจังหวัด 20 ราย และรับคนกลับบ้านตามโครงการรับคนลำพูนกลับบ้าน 1 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยง 3 ราย ซึ่งขณะนี้ชุดปฏิบัติการ ได้เร่งตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้มาตรการ Bubble and Seal เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อ หลังพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม และเน้นย้ำการเฝ้าระวังป้องกันยังคงต้องปฏิบัติกันอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

           วันนี้ ( 21 สิงหาคม 2564 ) ที่ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวรยุทธ  เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยแพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทร์ ผู้อำนวยโรงพยาบาลลำพูน และนายแพทย์สุริยพงณช์ สุริยพงฑากุล รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ร่วมแถลงสถานการณ์ เชื้อโควิด - 19 ในพื้นที่ จังหวัดลำพูน โดยในวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด 20 ราย รับกลับมารักษา รับคนลำพูนกลับบ้านอีก 1 ราย เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 3 ราย โดยสถิติตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน - 20 สิงหาคม 2564 มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 977 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 9 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด 217 ราย แบ่งเป็น ใน รพ.ลำพูน 56 ราย รพ.สนามเวียงยอง 91 ราย รพ.สนามป่าซาง 22 ราย รพ.อื่นๆ 48 ราย รักษาหายแล้วยอดสะสม 751 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน ยังคงเน้นย้ำมาตรการโรคติดต่อจังหวัดลำพูนอย่างเข้มและต่อเนื่อง ณ ปัจจุบัน มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในวงกว้าง และรวดเร็ว ภายในสถานประกอบการโรงงาน จึงขอความร่วมมือให้ โรงงาน ช่วยกันสกัดกั้นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ให้แยกออกจากชุมชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสิ่งที่จำเป็น คือ การสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาด และเชิญชวนชาวลำพูนร่วมกันฉีดวัคซีน เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวท่านเองและคนรอบข้าง

รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน เผยว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และมีโรคร่วม ทั้งนี้ต้องเข้มงวดในการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ที่มีอายครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มนี้จะมีภูมิคุ้มกันน้อยกว่าคนปกติ จึงดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่บุคคลกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเอง และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ส่วนการฉีดวัคซีนของไทย ศบค.กลาง และกระทรวงสาธารณสุข ได้อนุมัติให้ใช้แนวทางการฉีดวัคซีนซิโนแวค เป็นเข็มแรก และฉัดวัคซีนอแสตราเซเนกา เป็นเข็มที่สอง ซึ่งศาสตราจารย์นายแพทย์ ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยผลการวิจัยพบว่ามีคุ้มกันเร็วขึ้น ส่วนกรณีพบว่ามีผู้ที่เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน ซิโนแวคเข็มแรกในพื้นที่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งแพทย์ได้ชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากเส้นเลือดแดง ( ใหญ่ ) ในช่วงอกแตก        

ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลพูน เผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดลำพูนยังเตียงรองรับผู้ป่วย อยู่ 100 เตียงเศษ และขอให้ประชาชนทุกท่านอย่าตื่นตระหนก กับข่าวลือ ที่ว่ามีพระสงฆ์วัดพระธาตุหริภุญชัย ติดเชื้อโควิด ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่โรงพยาบาลลำพูน และสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ได้จัดชุดปฏิบัติการไปเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก เพื่อหาเชื้อในกลุ่มพระภิกษุ - สามเณร และผู้ประกอบการบริเวณโดยรอบวัดฯ เพื่อความสบายใจแก่ประชาชน .

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อนุวัฒน์ พุฒเกิด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
ผู้เรียบเรียง : นายประเสริฐ อินทา ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
แหล่งที่มา : ส.ปชส.ลำพูน

ข่าวที่น่าสนใจ