ไทย-ลาว จับมือปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางเรือ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ตามลำแม่น้ำโขง ภายใต้ปฏิบัติการ "สามเหลี่ยมทองคำ 1511"

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงราย
  • เมื่อวันที่ : 10 ม.ค. 2563
  • อ่าน : 822 ครั้ง

วันนี้ (10 ม.ค.63) พลโทสุภโชค  ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 ให้การต้อนรับ พลจัตวา สีพัน พุดทะวง หัวหน้ากรมทหารชายแดน และคณะ  ณ  ท่าเรือหิรัญนคร อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมระหว่างไทยและลาว  ของศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับว่าด้วยความร่วมมือในการลาดตระเวนทางเรือร่วมกันเพื่อการสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวลำแม่น้ำโขง  จากท่าเรือบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้วมายังน่านน้ำรอยต่อระหว่างประเทศไทย ด้านอำเภอเชียงแสน ไปจนถึงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย  โดยมี ผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว ประกอบด้วย พลจัตวา สีพัน พุดทะวง หัวหน้ากรมทหารชายแดน  พันเอก อ่อนผิว โค้งเวียงทอง เลขาธิการ LCDC  พันโท บุนเพ็ง อินทะวง รองหัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด มาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

          พลโทสุภโชค  ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า สืบเนื่องจากสภาพปัญหายาเสพติดที่มีการกระจายตัวออกจากแหล่งผลิต ซึ่งอยู่ภายนอกประเทศของเรา โดยกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดมีการใช้แม่น้ำโขง ในการลักลอบลำเลียง ทำให้ส่งผลกระทบเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ  ดังนั้น กลุ่มพหุภาคี 6 ประเทศ ตามแนวลำแม่น้ำโขง ที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย กัมพูชา จีน สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม จึงเกิดความร่วมมือที่จะเปิดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ทั้ง 6 ประเทศพร้อมกัน ภายใต้ชื่อปฏิบัติการว่า "สามเหลี่ยมทองคำ 1511"  เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึง ธันวาคม 2563 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ  สำนักงาน ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอำนวยการและประสานงานร่วมมือกับฝ่ายลาว ในการยกระดับว่าด้วยความร่วมมือในการลาดตระเวนทางเรือร่วมกัน เพื่อการสกัดกั้นยาเสพติด  สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อีกทั้ง การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ตามแนวลำแม่น้ำโขงโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อของน่านน้ำ 3 ประเทศ ไปจนถึงด้านอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย แนวทางความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวนี้จะมีการยกระดับให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะเป็นความร่วมมือพร้อมกันทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย  สปป.ลาว และเมียนมา ตามนโยบายของรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวต่อไป

          ทางด้าน พันเอก อ่อนผิว โค้งเวียงทอง เลขาธิการ LCDC กล่าวว่า ประเทศไทยและสปป.ลาว  เป็นประเทศ
ที่มีความใกล้ชิด และมักเผชิญกับปัญหาร่วมกันอยู่เสมอ เช่นเดียวกับปัญหายาเสพติด จึงมีความร่วมมือต้นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหลายมิติ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัญหา เช่น ความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวนปราบปราม การพัฒนาทางเลือกในพื้นที่ปลูกพืชเสพติดและความร่วมมือด้านการป้องกันและบำบัดรักษา 
โดยเฉพาะความร่วมมือของฝ่ายลาว  ในการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ จนมีการจับกุมใน สปป.ลาว ห้วงปี 2562 มากถึง 65 คดี  ผู้ต้องหามากถึง 116 คน  ยาบ้า 33,512,556 เม็ด ไอซ์ 2,876 กิโลกรัม กัญชา 248 กิโลกรัม เฮโรอีน 124 กิโลกรัม อีกทั้ง สารตั้งต้นที่จะนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด เป็นคาเฟอีนถึง 12,000 กิโลกรัม

          จากสภาพปัญหายาเสพติด ที่ทั้งสองประเทศเผชิญในปัจจุบัน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น จากห้วงหลายปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาและยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศให้มากขึ้นในทุกๆ ด้าน เพื่อหยุดยั้งการส่งออกของยาเสพติด และการนำเข้าสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ที่จะนำไปสู่การผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ให้เป็นผลรูปธรรมต่อไป

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : น.ส.กนกพร เพียรช่างคิด
บรรณาธิการ : นายสมชาย เกิงฝาก
แหล่งที่มา : สวท.เชียงราย

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ