ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ลงขันจ่ายทันที 1 แสนบาท หากมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วติดโควิด-19

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 1 ธ.ค. 2563
  • อ่าน : 2977 ครั้ง

ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ลงขันจ่ายทันที 1 แสนบาท หากนักท่องเที่ยวติดโควิด-19 จากเคสผู้ป่วยหญิงรายที่ 42 หวังสร้างความมั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี เผยมีนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ด้านผู้ว่าฯยืนยันเชียงใหม่เป็นพื้นที่ปลอดภัย

วันนี้ (1 ธ.ค. 63)  ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์ จตุชัย  มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำทีมภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นในเดือนธันวาคมนี้ โดยนายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายหลังจากพบเคสหญิงสาวอายุ 29 ปีติดเชื้อโควิด-19 ก็ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการสอบสวนโรคทันที และนำตัวกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดกว่า 300 คนไปตรวจหาเชื้อ ขณะเดียวกันก็มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่ที่หญิงสาวรายนี้เดินทางไปแล้ว ฉะนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชนจึงร่วมกันลงขัน หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาแล้วเกิดข้อผิดพลาดติดโควิด-19 จากหญิงรายนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจ่ายค่าทำขวัญให้ทันที 1 แสนบาท หรือหากเกิดการสูญเสียก็พร้อมจ่าย 1 ล้านบาทเช่นกัน โดยมาตรการสร้างความมั่นใจนี้ เพื่อการันตีว่าจังหวัดเชียงใหม่ มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และจากการตรวจเช็คกับสมาชิกและผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็พบว่า หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุด ทำให้มีการยกเลิกการจองที่พักหรือการเดินทางเข้ามาเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก ขณะที่ส่วนใหญ่ที่จองและจ่ายเงินแล้วยังยืนยันที่จะเดินทางมาเหมือนเดิม

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ หรือหากเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วกลับไปยังภูมิลำเนาไม่ต้องกักตัว 14 วัน เพราะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง โดยเคสของหญิงอายุ 29 ปีที่ติดโควิด-19 เราสามารถสอบสวนโรค และนำกลุ่มเสี่ยงมาตรวจหาเชื้อได้ทั้งหมด รวมทั้งควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว  จึงขอยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความปลอดภัยและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ ประชาชนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ นอกจากนี้ได้เพิ่มมาตรการในการตั้งจุดตรวจในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมทั้งกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงให้เข้มงวดกวดขันพื้นที่ที่ติดแนวชายแดนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อความปลอดภัย

ส่วนนายแพทย์ จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า  ล่าสุดสามารถติดตามกลุ่มเสี่ยงได้แล้ว 312 รายโดยกลุ่มเสี่ยงสูงมีจำนวน 90 ราย ตรวจหาเชื้อแล้ว 88 ราย และทั้งหมดถูกกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ยังเหลืออีก 2 รายที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนกลุ่มที่เหลือให้กักตัวอยู่ในที่พัก ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำก็ได้ทยอยเข้ามาตรวจหาเชื้อแล้ว โดยการตรวจแลปจะตรวจครั้งแรก และครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 และวันที่ 6 และครั้งที่ 3 จะตรวจในวันที่ 13 หลังการสัมผัส โดยเบื้องต้นผลตรวจยืนยันเป็นลบแล้ว 220 ราย  รวมกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้วย ซึ่งยังจะต้องตรวจจนครบ 3 ครั้งจึงจะมั่นใจ แต่ถึงแม้จะพบการติดเชื้อภายหลังในครั้งที่ 2 หรือ 3 แต่ทั้งหมดไม่มีการเคลื่อนไหว เพราะถูกจำกัดและกักตัวตั้งแต่ต้นแล้ว จึงเป็นการตรวจเพื่อรอผล หากพบก็จะนำตัวไปรักษาตามขั้นตอนต่อไป สำหรับผู้ป่วยหญิงอายุ 29 ปี ล่าสุดมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีอาการของปอดอักเสบ มีไข้ลดลง แต่ยังมีปัญหาด้านความเครียด ซึ่งได้ส่งทีมจิตแทพย์เข้าไปดูแลสภาพจิตใจแล้ว

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นันธิกา กิจปาโล
บรรณาธิการ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
แหล่งที่มา : ส.ปชส.เชียงใหม่

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ