รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.แพร่
  • เมื่อวันที่ : 14 ส.ค. 2564
  • อ่าน : 45 ครั้ง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการดำเนินงานมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบด้วย

มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และลูกหนี้รายย่อย ด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม

รวมทั้งสถาบันการเงินได้ดำเนินมาตรการแบ่งเบาภาระหนี้สิน โดยพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยตรง  เริ่มตั้งแต่งวดชำระหนี้เดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม 2564 แล้วแต่กรณี และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการพักชำระหนี้แล้ว จะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมที่ค้าง         อยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้

นอกจากนี้ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่มีรายได้ลดลงจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของภาครัฐ ตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้เป็นกรณีไป

มาตรการควบคุมการทวงถามหนี้ ที่ดำเนินการไม่เป็นธรรมกับประชาชน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเป็นประธาน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศคณะกรรมการกำกับติดตามทวงถามหนี้ เรื่อง การกำหนด อัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ และมอบหมายฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ กรณีประชาชนพบผู้ทวงถามหนี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนไปยังคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประจำจังหวัด และประจำกรุงเทพมหานครได้

ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้ กำหนดให้บรรดาลิสซิ่งหรือบริษัทเช่าซื้อรถยนต์ เรียกเก็บค่าทวงถามหนี้ที่ค้างชำระ 1 งวด ได้ไม่เกิน 50 บาท ค้างชำระ 2 งวดขึ้นไป ไม่เกิน 100 บาท และค่าติดตามจากการลงพื้นที่ 400 บาท เป็นต้น ซึ่งมีเหตุผลหนึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับการร้องเรียนค่าทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม จากการจัดเก็บที่สูงเกินไป

โดยร่างประกาศคณะกรรมการกำกับติดตามทวงถามหนี้ เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้มีการลงนามในประกาศนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไป จะนำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อลงหนังสือราชกิจจานุเบกษา และจะประกาศใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติหรือบังคับใช้ภายใน 90 วัน หรือประมาณเดือนพฤศจิกายนของปีนี้

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ฉัตรชัย พวงขจร
บรรณาธิการ : รติพร บุญคง
แหล่งที่มา : ส.ปชส.แพร่

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ