พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องยศสมณศักดิ์ ถวายแด่พระพรมวชิรคุณ ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงข

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงราย
  • เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2564
  • อ่าน : 106 ครั้ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องยศสมณศักดิ์ ถวายแด่พระพรมวชิรคุณ ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้น
.
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์ สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระธรรมวิสุทธิญาณ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรคุณ วิบุลประชาพัฒนาการ ภาวนาวิธานโกศล วิมลศาสนกิจดิลก สาธกธรรมวิจิตรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จังหวัดเชียงราย มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๘ รูป ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์  ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
.
วันนี้ (๒๐ ต.ค. ๖๔) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เชิญหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องยศสมณศักดิ์ ไปถวายแด่พระพรหมวชิรคุณ วิบุลประชาพัฒนาการ ภาวนาวิธานโกศล วิมลศาสนกิจดิลก สาธกธรรมวิจิตรยติคณิสสร บ วรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม บ้านห้วยเม็ง ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธี 
พระพรหมวชิรคุณ (ไพบูลย์ สุมังคโล) พระเถระที่พุทธศาสนิกชนชาวเหนือ ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
ปัจจุบัน สิริอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๕๗ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธรรมยุต) และวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีนามเดิมว่า ไพบูลย์ สิทธิ เกิดเมื่อวันที่ ๓ ส.ค.๒๔๗๗​ เป็นบุตรของคหบดีชาวอำเภอเกาะคา บิดา-มารดา ชื่อ นายกองแก้วและนางคำ สิทธิ ในวัยเยาว์ เข้าศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์ จ.เชียงใหม่ เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๖ กระทั่งอายุ ๒๙ ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง มีพระครูธรรมาภิวัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาที่วัดดังกล่าว ได้รับการอบรมจากพระอาจารย์หลวง กตปุญโญ เจ้าอาวาส เมื่อมีความก้าวหน้าจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ออกธุดงค์ไปจำพรรษาในภาคอีสาน และกลับธุดงค์ขึ้นมาแถบป่าเขาในเขตเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย พ.ศ.๒๕๑๓ มีโอกาสไปร่วมงานถวายเพลิงพระอาจารย์สม ที่ อ.แม่เมาะ และพบกับพระอาจารย์ทองที่เดินทางมาจากวัดอโศการาม จึงได้ชักชวนออกเดินธุดงค์หาความวิเวกด้วยกัน

เมื่อคณะผ่านมาถึง จ.พะเยา พักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่วัดร้างและจำพรรษาที่วัดร้างแห่งหนึ่ง ชาวบ้านแถบนั้นได้มาทำบุญฟังเทศน์ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา พากันอาราธนาให้อยู่ช่วยบูรณะวัดร้าง จึงอยู่ช่วยปฏิสังขรณ์วัดร้าง จนมีสภาพดีขึ้นตามลำดับ และได้รับอนุญาตให้สร้างเป็นวัด มีนาม “วัดรัตนวนาราม” ต่อมามีชาวบ้านจากบ้านสันป่าม่วง บ้านสันบัวบก บ้านสันป่าบง อาราธนาไปดูสถานที่สำคัญบนดอยสูง ฝั่งตะวันตกของกว๊านพะเยา เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ ในเวลาไม่นาน ได้รับการยกฐานะให้เป็นวัด ชื่อ วัดอนาลโยทิพยาราม 
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลำปาง-แพร่-น่าน-พะเยา-เชียงราย (ธ) พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธ) พ.ศ.๒๕๕๗ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธ) พ.ศ.๒๕๖๓ เป็นเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.๒๕๒๔​ ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) แต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ พ.ศ.๒๕๓๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระปัญญาพิศาลเถร พ.ศ.๒๕๔๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชสังวรญาณ พ.ศ.๒๕๕๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวิสุทธิญาณ วันที่ ๒๘ ก.ค.๒๕๖๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวิสุทธิญาณ และเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๖๔ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรคุณ เป็นพระเถระที่มีปฏิปทา เป็นพระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโต เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านในเขตจังหวัดภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อปลายปี พ.ศ.2556 ด้วยกิตติศัพท์แห่งอาจาระและสุปฏิปันโน ญาติโยมได้ถวายที่ดินที่เคยเป็นที่เพาะปลูกสวนยางพารา ริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยเม็ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย สร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม กลายเป็นวัดที่โดดเด่น คือวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม แม้ทุกวันนี้ ท่านจะดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ แต่วัตรปฏิบัติยังคงเรียบง่ายดุจเดิม ยังคงให้การอบรมศีลธรรมแก่พุทธศาสนิกชน เน้นให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ตามหลักเบญจศีล เบญจธรรม เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้เป็นปกติสุขในสังคม

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : พรไพรินทร์​ คุณมาก
บรรณาธิการ : วรางคณา​ อุ่นบ้าน
แหล่งที่มา : สวท.เชียงราย

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ