อธิบดีกรมฝนหลวง ลงพื้นที่เร่งรัด ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ตั้งเป้าเติมน้ำต้นทุน 2 เขื่อนใหญ่สำรองหน้าแล้งปี 65

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2564
  • อ่าน : 77 ครั้ง

อธิบดีกรมฝนหลวง ห่วงปริมาณน้ำต้นทุน 2 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือต่ำกว่าเป้า ลงพื้นที่เร่งรัด ติดตามปฏิบัติการเติมน้ำต้นทุนเขื่อนแม่กวง-เขื่อนภูมิพลในโค้งสุดท้ายปี 64 เพื่อสำรองไว้เป็นน้ำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 65 พร้อมเตรียมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือ

วานนี้ (26 ต.ค.64) นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติการฝนหลวงและการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเปิดเผยว่าปัจจุบันแม้ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือจะมีฝนตกอย่างหนัก ผนวกกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อน/อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณเพียงพอต่อการช่วยเหลือพื้นที่ภาคเกษตร แต่กรมฝนหลวงฯ ยังคงต้องเดินหน้าออกปฏิบัติการทำฝนหลวงไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยเน้นชี้เป้าเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ หรือเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับ 2 เขื่อนใหญ่หลัก ๆ คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ และเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำต้นทุนต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อสำรองไว้เป็นน้ำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2565 โดยสถานการณ์น้ำในเขื่อนแม่กวงฯ ณ วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในอ่าง 68 ล้าน ลบ.ม.หรือ 25.88% ของความจุอ่างฯ น้ำใช้การได้ 54 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำต้นทุนยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลดำเนินงานปฏิบัติการทำฝนหลวงของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือมีแผนปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ประจำปี 2564 ที่ผ่านมานั้น รับผิดชอบดูแลพื้นที่การเกษตร 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก และเขื่อนขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนแม่มอก โดยผลปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานปฏิบัติการฝนหลวงเชียงใหม่และตาก ได้ทำการบินรวม 706 เที่ยวบิน ช่วยเหลือครอบคลุมในพื้นที่เชียงใหม่ ตาก ลำพูน ลำปาง พะเยา เชียงรายและแม่ฮ่องสอน ส่วนผลปฏิบัติการฝนหลวงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยแล้ง พบว่าบริเวณที่มีฝนตก 10 จังหวัด 76 อำเภอ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา  ตาก แม่ฮ่องสอน แพร่ กำแพงเพชร สุโขทัย

สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ประจำปี 2565 ได้แบ่งช่วงเวลาในการดำเนินการออกเป็น 4 ช่วง โดยช่วงที่ 1 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน จะเน้นแผนบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า ลดความหนาแน่นของหมอกควัน และลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมทั้งการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ ช่วงที่ 2 ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เน้นแผนการยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ บรรเทาและลดความเสียหายจากการเกิดพายุลูกเห็บในพื้นที่การเกษตร ช่วงที่ 3 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน เน้นแผนการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ และเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรม และช่วงที่ 4 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม เน้นแผนการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสำรองไว้เป็นนำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯ ยังมีแผนพัฒนาปฏิบัติการฝนหลวงให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยการผลักดันโครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงสำหรับพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยอีกด้วย

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นันธิกา กิจปาโล
บรรณาธิการ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
แหล่งที่มา : ส.ปชส.เชียงใหม่

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ