สถานการณ์ไฟป่าบนดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มคลี่คลาย

  • ข่าวจาก : ส.ปชส.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 28 มี.ค. 2563
  • อ่าน : 565 ครั้ง

สถานการณ์ไฟป่าบนดอยสุเทพ-ปุยเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเหลือจุดที่เกิดซ้ำซากที่เป็นภูเขาสูง โดยได้นำเฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำควบคู่ระดมกำลังภาคพื้นดินเข้าดับไฟ

 

  นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งปรับแผนการดำเนินงาน มหารือปรับแผนในการดับไฟป่า รวมทั้งการนำอากาศยานขึ้นบินโปรยน้ำเพื่อดับไฟในพื้นที่สูงชันให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งในวันนี้พบว่าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เริ่มคลี่คลาย โดยภารกิจช่วงบ่ายวันนี้เฮลิคอปเตอร์ ปภ. (KA-32) ได้ปฏิบัติการบินโปรยน้ำดับไฟจุดแหลมสน (ดอยผาดำ) ใกล้บ้านม้งดอยปุย และ
ขุนช่างเคี่ยน ตำบลสุเทพ มีจุดไฟไหม้เกิดขึ้นใหม่และปะทุจากเดิมเมื่อคืนนี้ ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่เสือไฟ เหยี่ยวไฟ และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย ได้ทำแนวกันไฟและนำรถดับเพลิงเฝ้าระวังไว้ตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันการลุกลาม โดยในเช้าวันนี้ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานทุกภาคส่วนรวมกว่า 200 นาย เร่งดับไฟอย่างต่อเนื่อง

 

  ขณะที่ทีมโดรนจิตอาสาได้บินขึ้นสำรวจบริเวณใกล้กับพระธาตุดอยคำ ตำบลแม่เหียะ และจุดบ้านปง อำเภอหางดง ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณเดิมที่เกิดไฟป่าขึ้นในช่วงกลางดึก หากพบจุดที่เกิดไฟจะแจ้งพิกัดมายังศูนย์บัญชาการฯ จังหวัด เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์ MI 17 ของกองทัพบก บินขึ้นโปรยน้ำในจุดนั้น ในส่วนของเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 3 ลำ ปฏิบัติการบินโปรยน้ำดับไฟบนพื้นที่สูงชันตั้งแต่ช่วงเช้า ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจบินที่อำเภอเชียงดาวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตรวจพบจุดความร้อน 65 จุด โดยเฉพาะพื้นที่บ้านนาเลา ตำบลเชียงดาว ที่มีจุดความร้อนพุ่ง 15 จุด ในพื้นที่เขาสูงชันและเหวลึก และเป็นจุดเดิมที่ลุกลามจากเมื่อวานนี้ 5 จุด ที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง

 

  ในส่วนของสถานการณ์หมอกควันไฟป่าเช้าวันนี้ มีรายงานพบจุดความร้อนจากดาวเทียมเวียร์ในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 518 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 294 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 212 จุด ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ลาดชัน บางจุดเป็นเหวลึก ยากต่อการที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าถึง ทำให้ต้องใช้เวลานานในการควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง ประกอบกับในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา มีลมแรง ทำให้สะเก็ดไฟถูกลมพัดปลิวข้ามแนวกันไฟที่ทำเพื่อสกัดไฟไว้ ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบางจุดเกิดการปะทุขึ้นใหม่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะร่วมกันดับไฟไปแล้วตาม

 

  นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งกำลังทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่อุทยาน สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง อปท. ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ออกลาดตระเวน ตรวจสอบจุดความร้อนและเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้เพิ่มการลาดตะเวนในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น ถือเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยา และกลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อป้องปรามการลักลอบเผาป่าเพิ่ม โดยกำชับเจ้าหน้าที่หากพบผู้ที่เข้าไปในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถดำเนินการจับกุมได้ เพราะได้ประกาศมาตรการปิดป่า 100% ไปแล้ว หากฝ่าฝืนจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดต่อไป สำหรับผู้ชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด ได้เพิ่มรางวัลนำจับ จากรายละ 5,000 บาท เป็น 10,000 บาทแล้ว โดยสามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-112-808 หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
บรรณาธิการ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
แหล่งที่มา : ส.ปชส.เชียงใหม่

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ