สรุป 8 มาตรการรัฐ! ช่วยลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19

  • ข่าวจาก : สวศ.แม่ฮ่องสอน
  • เมื่อวันที่ : 7 เม.ย. 2563
  • อ่าน : 594 ครั้ง

จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ขยายวงกว้างขึ้น รวมทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ด้วยการสั่งปิดสถานที่บางแห่ง และระงับการให้บริการของสถานบริการต่าง ๆ ที่จะมีประชาชนไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า การงดจัดงานบันเทิง อบรมสัมมนา การแข่งขันกีฬา หรืองานแสดงสินค้า ทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และที่สำคัญส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยทุกภาคส่วน ทำให้ธุรกิจเกิดหยุดชะงัก บางบริษัทต้องลดเงินเดือนพนักงาน ลดการจ้างงาน หรือปิดกิจการลง

กระทรวงการคลังในฐานะองค์กรภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ตระหนัก รับทราบ และเข้าใจถึงความยากลำบากของประชาชนทุกภาคส่วน จึงได้ออกมาตรการดูแลและเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักการ ทันการณ์ ตรงเป้าหมาย และชั่วคราวตามจำเป็นเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

โดยสรุป 8 มาตรการ ดังนี้

มาตรการดูแลและเยียวยา แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบ ประกันสังคมซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ประกอบด้วย 8 มาตรการ

 1.ให้เงินช่วยเหลือ แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

ช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดประกอบกิจการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนแออัด และง่ายต่อการแพร่เชื้อ เช่น สนามมวย สนามกีฬา ผับ สถานบันเทิง โรงมหรสพ นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบริการอื่น ๆ จำนวน 3 ล้านคน

สนับสนุนเงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่ เม.ย. มิ.ย. 63)

ไม่รวมผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม

ไม่รวมข้าราชการและข้าราชการบำนาญ ไม่รวมเกษตรกร เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐบาลอยู่แล้ว

โอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ตามเลขบัตรประจำตัวประชาชน

2.โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน

เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชน  ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน

ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท (ธนาคารออมสิน 20,000 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. 20,000 ล้านบาท) วงเงินต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อเดือน

ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน รับคำขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 63

3.โครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม

เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่มีรายได้ประจำ  ต้องมีหลักประกัน/ ธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 63

4.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสำนักงานธนานุเคราะห์

เพื่อช่วยเหลือประชาชนฐานรากที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของไวรัส COVID-19

ธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในนามของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) /ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อปี และ สธค. คิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.125 ต่อเดือน  ระยะเวลา 2 ปี

5.เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น จึงเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 63 เป็นวันที่ 31 ส.ค. 63

6.เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ

จากเดิมจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นไม่เกิน 25,000 บาท

เมื่อรวมกับการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

7.ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขอยกเว้นภาษีสำหรับค่าตอบแทนพิเศษจากการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์และที่ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข

8.เสริมความรู้ จัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ เสริมอาชีพ

เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือผู้ที่สนใจ รวมถึงนักศึกษาที่ยังหางานไม่ได้

ขยายการฝึกอบรมผ่านภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง กระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นต้น พร้อมทั้งจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)

 ในท่ามกลางวิกฤตที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบโดยทั่วกัน ภาครัฐเองก็ได้พยายามดูแล และผลักดันมาตรการต่าง ๆ เพื่อมาบรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชน ดังนั้น พวกเราทุกคนจึงต้องร่วมมือ ฝ่าฟัน และแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกัน เพื่อให้วิกฤตนี้ เป็นเครื่องหมายของความรู้สึกดี ๆ ที่เราได้ช่วยกันอย่างแท้จริง

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : รัชนี ดัชถุยาวัตร
บรรณาธิการ : บวรนันท์ แสนทวีสุข
แหล่งที่มา : สวศ.แม่ฮ่องสอน

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ