ครม. อนุมัติงบ 17.4 พันล้าน พัฒนาแหล่งน้ำ 7 โครงการ แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มกราคม 2567 มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 9 รายการ (ภายใต้โครงการจำนวน 7 โครงการ) วงเงินรวม 3,572.1750 ล้านบาท (ระยะเวลาโครงการ​ 4 ปี​ พ.ศ.​2568-2571 รวมงบทั้งสิ้น​รวม 17,448.84 ล้านบาท)​ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ

โครงการทั้ง 7 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย จันทบุรี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และปทุมธานี โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน และเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองให้กับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จังหวัดน่าน: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งและช่วยลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่น่าน.
  2. โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์: เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานบริเวณ 2 ฝั่งคลองชลประทาน.
  3. โครงการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา จังหวัดสุโขทัย: มีจุดประสงค์ในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนและช่วยลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่สุโขทัย.
  4. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี: เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานและบรรเทาอุทกภัยในบริเวณลุ่มน้ำคลองวังโตนด และเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองให้กับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC).
  5. โครงการปรับปรุงคลองระพีพัฒน์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง เพื่อป้องกันและลดปัญหาน้ำท่วมบริเวณใต้คลองหกวาสายล่างถึงคลองประเวศบุรีรมย์.
  6. โครงการปรับปรุงคลองบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา: เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเพิ่มผลประโยชน์ทางการเกษตรสำหรับโครงการเพาะปลูกในบางส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา.
  7. โครงการปรับปรุงคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จังหวัดปทุมธานี: เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง ทั้งในด้านการส่งน้ำชลประทานและด้านการระบายน้ำหลาก ทั้งในช่วงฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง.

ทั้งสิ้นนี้ คืองบประมาณที่เสนอตามมาตรา 26 แห่งประราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 หลังจากที่ ครม. ได้มีมติอนุมิติในวันนี้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ เสนอความเห็นและดำเนินการในลำดับต่อไป


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar