นายกฯ เศรษฐา ย้ำรัฐบาลไม่ทอดทิ้งเมืองรอง ดันท่องเที่ยว วัฒนธรรม ยกระดับสนามบิน ดึงดูดนักท่องเที่ยว

(8 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 16 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ว่า รัฐบาลดำเนินการออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็น quick win และถือว่าเป็น long term benefits ที่ชัดเจน เพราะว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีมาก ไม่ใช่แค่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ หรือพัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว ยังมีเมืองรองที่รัฐบาลต้องการจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้ ซึ่งได้ดำเนินการผ่านโครงการซอฟต์พาวเวอร์ ให้จัดเทศกาล นิทรรศการต่าง ๆ ตลอดทั้งปี  ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงไฮซีซั่น หรือเฉพาะช่วงเดือนมกราคม หรือธันวาคมเท่านั้น
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องของนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาของเมืองรองได้ การจะแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวเมืองรองได้ การคมนาคมถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตอบไปแล้วเรื่องของการขนส่งในต่างจังหวัด จึงขออธิบายเพิ่มเติมเรื่องการยกระดับสนามบินทั่วประเทศ รัฐบาลมีแผนจะยกระดับเรื่องของสนามบินทั่วประเทศ  ส่วนเมืองรองบางเมืองที่ยังไม่มีไฟ หรือว่าไม่สามารถที่จะเป็นสนามบินนานาชาติได้ ก็จะดูตามความเหมาะสม การยกระดับตรงส่วนนี้ เพื่อให้การเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สามารถเดินทางเข้าสู่เมืองรองได้ สำหรับประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนหลาย ๆ จังหวัดอยากจะเห็นการสร้างสนามบินและการยกระดับสนามบินที่ดีขึ้น ตรงส่วนนี้รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ในวงเล็กของอาเซียน ได้มีการพูดคุยกันในระดับรัฐมนตรี  โดย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ได้มีการเข้าร่วมการประชุมที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 จากการหารือกับประเทศที่อยู่ติดกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และบรูไน กำหนดให้การเข้าออกประเทศไทยของประเทศเหล่านี้ สามารถที่จะเดินทางไปต่อยังประเทศต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยหลายท่านทราบอยู่แล้วว่า นโยบาย เชงเกน (Schengen Agreement) ซึ่งจริง ๆ แล้วสามารถทำให้เข้าออกระหว่างประเทศสะดวกขึ้น เกิดการคมนาคมดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติก็อยากมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

รัฐบาลไม่ได้มองเพื่อนบ้านมาเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าจะมาเสริมซึ่งกันและกัน ในเรื่องของ Hub การบิน  ประเทศไทยดีที่สุดในภูมิภาคนี้ ถือเป็นการได้เปรียบ และจะมีการช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนบ้านให้เติบโตไปด้วยกัน ทางด้านการท่องเที่ยว แน่นอนว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความหลากหลาย มีความต้องการจากเมืองรองในหลาย ๆ ด้าน  ตนเองเชื่อว่าจะตอบสนองและทำได้แน่นอน โดยหลาย ๆ เมืองรองก็มีสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ ทั้งนี้ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ลงนาม MOU เรื่องฟรีวีซ่าอย่างถาวรของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ จากที่ตนเองได้เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ได้หารือกับประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ และเข้าพบนายกรัฐมนตรีเบลเยียมซึ่งเป็นประธานรัฐสภาของ EU ได้มีการหารือกันว่าเรื่องของเชงเกน วีซ่า เวลาเดินทางเข้ายุโรปเราก็อยากให้มีการยกเลิกเหมือนกัน ตรงส่วนนี้ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของทางฝ่ายบริหารที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศ
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องของประชาชนกับประชาชนที่มีการแลกเปลี่ยนกัน เป็นเรื่องที่สำคัญ จะทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น แน่นอนว่าความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวจะส่งผลต่อเมืองรอง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญต่อจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างเดียว ซึ่งจากที่ตนเองได้เดินทางไปทั่วประเทศมาแล้ว เข้าใจถึงวัฒนธรรม เข้าใจถึงเรื่องดี ๆ ของจังหวัดเมืองรอง ที่สามารถนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้ โดยปลายเดือนนี้ จะเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปดูเรื่องวัฒนธรรม ดูเรื่องอาหาร ตรงส่วนไหนอะไรที่รัฐบาลสนับสนุนได้จะช่วยสนับสนุน เพื่อสร้างโอกาสที่ดีให้กับพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหวังว่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่หมดไป
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ช่วยเตือนมาว่าอย่าฟังแต่เรื่องดี ๆ พร้อมกล่าวยืนยันว่า ยังมีเรื่องที่ต้องแก้ไขกัน ยังมีเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอีกเยอะ รวมถึงเรื่องการประสานงานของหลาย ๆ กระทรวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระทรวงมหาดไทย กองทัพ กระทรวงสาธารณสุข เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน ตนเองยืนยันว่าเห็นด้วย ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้จะได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องการแยกผู้ป่วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้น้อมรับคำเสนอแนะและจะพยายามต่อไปที่จะทำให้ปัญหาหมดสิ้นไป


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar