<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[สุขภาพ]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/index/id/2017</link>
<atom:link href="https://region3.prd.go.th/th/content/category/index/id/2017" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลกำชับ สธ. ติดตามการระบาดโรค “อีโบลา” อย่างใกล้ชิด ย้ำยังไม่พบระบาดในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/504717</link>
<guid isPermaLink="false">d896341baaf1ac73ce8926125b52023c</guid>
<pubDate>Wed, 20 May 2026 09:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;">(20 พฤษภาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรค &ldquo;อีโบลา&rdquo; (Ebola) ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ รัฐบาลกำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตามประกาศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โรคอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือด น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การแพร่เชื้อส่วนใหญ่มักเกิดในครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและศพผู้เสียชีวิต และไม่ได้แพร่กระจายง่ายทางอากาศแบบโรคหัดหรือโควิด 19 ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย สำหรับอาการเริ่มต้นของโรคอาจคล้ายไข้ทั่วไป เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรคอาจมีอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่ด้วยลักษณะของโรคที่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการชัดเจน ทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัส แยกกัก และควบคุมโรคได้ง่ายกว่าโรคติดเชื้อทางอากาศบางชนิด</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&ldquo;รัฐบาลกำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมด้านการดูแลรักษา ระบบห้องแยกโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับหากพบผู้ป่วยสงสัยในอนาคต ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนก และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ&rdquo; นางสาวพลอยทะเล กล่าว</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/202605203ebccd1e0c5ad9bbfeb4d6ed11e3d8b5095730.jpg' type='image/jpg' length='1143266' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี - กรมควบคุมโรค ยืนยันพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวไทย ย้ำยังไม่พบติดในคนและความเสี่ยงต่ำ]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/502203</link>
<guid isPermaLink="false">5551ab5486cf74d1b8d9c8eee629071c</guid>
<pubDate>Mon, 11 May 2026 19:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ดีอี - กรมควบคุมโรค ยืนยันพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวไทย ย้ำยังไม่พบติดในคนและความเสี่ยงต่ำ</p>

<p>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ยืนยันผลการตรวจสอบร่วมกับกรมควบคุมโรค พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวพื้นที่ประเทศไทยจริง โดยเป็นการค้นพบผ่านระบบเฝ้าระวังโรคเชิงรุกตามแนวคิด One Health เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 พฤษภาคม 2569) อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดสถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้และมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดสู่มนุษย์ในระดับต่ำ</p>

<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยว่าจากการมอนิเตอร์ข่าวสารพบความสนใจในเรื่องนี้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าไวรัสชนิดนี้แม้จะเป็นตระกูลโคโรนา แต่มีศักยภาพในการแพร่กระจายและก่อโรคต่ำกว่าเชื้อ COVID-19 เดิมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ระบบสาธารณสุขของไทยยังได้เตรียมความพร้อมและยืนยันว่าวัคซีนปัจจุบันยังสามารถรับมือความรุนแรงได้ ทั้งนี้การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสยบข่าวลือที่อาจสร้างความสับสนในโลกออนไลน์ ซึ่งในรอบสัปดาห์เดียวกัน AFNC ตรวจพบเบาะแสข้อมูลบิดเบือนและข่าวปลอมสูงถึงกว่า 8,700 ข้อความจากช่องทางต่างๆ</p>

<p>สำหรับแนวโน้มต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า และขอความร่วมมือตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์ข้อมูลทุกครั้งผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อส่วนรวมที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลบิดเบือน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/20260511f5f255405efb042d7f474daef7c5fb89195628.jpg' type='image/jpg' length='1131480' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมควบคุมโรคสั่งเฝ้าระวัง "ไวรัสฮันตา" เข้มด่านคัดกรอง หลังพบผู้เสียชีวิต 3 รายบนเรือสำราญต่างประเทศ ยันไทยยังไม่พบเคส]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/502190</link>
<guid isPermaLink="false">ccdc1dfb502f09764abb79f59b94e7ee</guid>
<pubDate>Mon, 11 May 2026 18:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://region3.prd.go.th/th/page/item/index/id/11" /><img alt="" src="https://region3.prd.go.th/cms/s53/u985/Picsart_26_05_11_18_49_06_597.jpg" style="width: 75%;" /></p>

<p>กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังไวรัสฮันตา (Hantavirus) หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนและมีผู้เสียชีวิต 3 รายบนเรือสำราญในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา แม้ประเมินความเสี่ยงทั่วโลกยังต่ำ แต่สั่งเข้มงวดด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อป้องกันการนำเข้าเชื้อสู่ประเทศไทย</p>

<p>นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูเป็นพาหะหลัก ความน่าสนใจของเหตุการณ์ล่าสุดคือเป็นสายพันธุ์ที่อาจมีการแพร่จากคนสู่คนได้ในวงจำกัด ซึ่งต่างจากสายพันธุ์ปกติที่มักติดจากการสูดดมฝุ่นปนเปื้อนของเสียจากหนูเท่านั้น โดยผู้ป่วยจะมีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่หากอาการเข้าสู่ระยะรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบ (HPS) หรือไตวายเฉียบพลัน ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 30-40</p>

<p>สำหรับมาตรการในประเทศไทย กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทุกแห่ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้เดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด พร้อมประสานงานกับบริษัทเรือสำราญและสายการบินอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในไทย ขอให้ประชาชนตระหนักแต่ไม่ต้องตื่นตระหนก</p>

<p>คำแนะนำสำหรับประชาชนคือ ควรจัดระเบียบที่พักอาศัยให้สะอาดเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของหนู ปิดช่องทางที่หนูจะเข้ามาได้ และหากต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่ทิ้งไว้นานควรสวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง ทั้งนี้หากมีอาการผิดปกติหลังกลับจากต่างประเทศหรือสัมผัสสัตว์ฟันแทะ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที หรือสอบถามสายด่วน 1422</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/20260511142bce6b962f4039bad0d18f387d4b3b184919.jpg' type='image/jpg' length='780368' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ลดเครียดได้ด้วยวิธีง่ายๆ]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/388955</link>
<guid isPermaLink="false">e83b54eab0027afd80fc2871c4175572</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 14:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2 data-end="270" data-start="211"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;"><strong data-end="270" data-start="214">วิธีลดความเครียดง่ายๆ ที่คุณอาจมองข้าม แต่ได้ผลจริง!</strong></span></span></h2>

<p data-end="295" data-start="272"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;"><strong data-end="295" data-start="272">โดย ศิริกร โพธิจัทร</strong></span></span></p>

<p data-end="720" data-start="297"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า... วิธีลดความเครียดบางอย่างก็อยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด!<br data-end="468" data-start="465" />
ดร.เควิน แซปแมนเซล (Dr. Kevin Chapman) นักจิตวิทยาคลินิกและผู้อำนวยการ The Kentucky Center for Anxiety and Related Disorders จากสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำ <strong data-end="645" data-start="618">11 เคล็ดลับลดความเครียด</strong> ที่ทำได้ง่ายและช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตและการนอนหลับของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></span></p>

<h3 data-end="763" data-start="722"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 1. โฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณควบคุมได้</span></span></h3>

<p data-end="847" data-start="764"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ปล่อยวางปัญหาที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แล้วหันมาใส่ใจกับสิ่งที่คุณสามารถจัดการได้แทน</span></span></p>

<h3 data-end="888" data-start="849"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 2. เขียน To-do List ตอนตื่นนอน</span></span></h3>

<p data-end="978" data-start="889"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการจดสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงลำดับความสำคัญ และทำเท่าที่คุณไหว ไม่ต้องฝืน</span></span></p>

<h3 data-end="1017" data-start="980"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 3. จัดวันพักผ่อนประจำสัปดาห์</span></span></h3>

<p data-end="1118" data-start="1018"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ลองเลือกวันใดวันหนึ่งเพื่อ &ldquo;ไม่ทำอะไรเลย&rdquo; ให้ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักจริงๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน</span></span></p>

<h3 data-end="1151" data-start="1120"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</span></span></h3>

<p data-end="1249" data-start="1152"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">เพียงวันละ 20 นาที พร้อมยืดเหยียดร่างกายก่อนและหลังอีก 10&ndash;15 นาที จะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข</span></span></p>

<h3 data-end="1286" data-start="1251"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 5. เขียนบันทึกเรื่องราวดีๆ</span></span></h3>

<p data-end="1390" data-start="1287"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">วันละ 1 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณหัวเราะ หรือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มพลังบวกให้กับตัวเอง</span></span></p>

<h3 data-end="1426" data-start="1392"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 6. ทำงานฝีมือหรืองานศิลปะ</span></span></h3>

<p data-end="1507" data-start="1427"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">เช่น วาดรูป ถักไหมพรม หรือจัดดอกไม้ เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และช่วยฝึกสมาธิ</span></span></p>

<h3 data-end="1537" data-start="1509"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 7. ฝึกโยคะท่าก้มหัว</span></span></h3>

<p data-end="1633" data-start="1538"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ท่า Downward-Facing Dog หรือท่าที่ศีรษะต่ำกว่าลำตัว จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น</span></span></p>

<h3 data-end="1664" data-start="1635"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 8. ฝึกพูดคำว่า &quot;ไม่&quot;</span></span></h3>

<p data-end="1756" data-start="1665"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">การปฏิเสธในสิ่งที่คุณไม่อยากทำ ไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว แต่มันคือการดูแลสุขภาพจิตของตัวคุณเอง</span></span></p>

<h3 data-end="1788" data-start="1758"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 9. แช่น้ำอุ่นสลับเย็น</span></span></h3>

<p data-end="1891" data-start="1789"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">อาบน้ำอุ่น 10 นาที แล้วปิดท้ายด้วยน้ำเย็นอีก 5 นาที จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและทำให้รู้สึกสดชื่น</span></span></p>

<h3 data-end="1923" data-start="1893"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 10. ใช้น้ำมันหอมระเหย</span></span></h3>

<p data-end="2014" data-start="1924"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">เลือกกลิ่นที่คุณชอบ เช่น ลาเวนเดอร์ ทีทรี กุหลาบ หรือคาโมมายล์ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน</span></span></p>

<h3 data-end="2055" data-start="2016"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">🔹 11. เข้านอน-ตื่นนอนให้เป็นเวลา</span></span></h3>

<p data-end="2163" data-start="2056"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ฝึกให้ร่างกายเคยชินกับเวลานอนและตื่นที่สม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณนอนหลับลึกขึ้น และไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกอีกต่อไป</span></span></p>

<hr data-end="2168" data-start="2165" />
<h3 data-end="2200" data-start="2170"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">💖 ใช้เวลากับคนที่คุณรัก</span></span></h3>

<p data-end="2311" data-start="2201"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">อย่าลืมหาเวลาคุณภาพกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก เพราะสายสัมพันธ์ทางสังคมคืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการลดความเครียด</span></span></p>

<hr data-end="2316" data-start="2313" />
<p data-end="2489" data-start="2318"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;"><strong data-end="2381" data-start="2318">ดูแลสุขภาพจิตของคุณวันนี้ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้ทุกวัน</strong><br data-end="2384" data-start="2381" />
อย่ารอให้ความเครียดสะสมจนส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงเล็กๆ แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/202505142d1bce629e9877512ae4f07ab9e0c127141424.jpg' type='image/jpg' length='603711' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผักและผลไม้สีแดง-สีเหลือง: อาหารดีที่ทุกช่วงวัยควรมี!]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/363579</link>
<guid isPermaLink="false">e9f24e9eb88e69bbe6ca05aefdf8b245</guid>
<pubDate>Mon, 10 Feb 2025 16:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://region3.prd.go.th/cms/s53/u985/LINE_ALBUM_2025_2.10_250210_1.jpg" style="width: 70%;" /></p>

<hr />
<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ผักและผลไม้สีแดง-สีเหลือง: อาหารดีที่ทุกช่วงวัยควรมี!</strong></span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">💡 <strong>รู้หรือไม่?</strong> สีของผักและผลไม้บ่งบอกถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย!<br />
เรามาดูความดีงามของผักผลไม้สีแดงและสีเหลืองกันค่ะ 🍎🍌</span></span></p>

<hr />
<h3><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">🍅 <strong>ผักผลไม้สีแดง</strong></span></span></h3>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ประโยชน์เด็ดที่ไม่ควรพลาด:</strong></span></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">อุดมไปด้วย <strong>ไลโคปีน (Lycopene)</strong> และ <strong>เบตาไซซีน (Betacycin)</strong></span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง</strong> โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก</span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ช่วยลดคอเลสเตอรอล</strong> และป้องกันโรคหัวใจ</span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง</strong></span></span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ตัวอย่างผักผลไม้:</strong> แตงโม, ทับทิม, สตรอว์เบอร์รี, มะเขือเทศ</span></span></p>

<hr />
<h3><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">🍍 <strong>ผักผลไม้สีเหลือง</strong></span></span></h3>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>คุณค่าที่เหนือกว่า:</strong></span></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เต็มไปด้วย <strong>เบตาแคโรทีน (Betacarotene)</strong> และ <strong>ลูทีน (Lutein)</strong></span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ช่วยบำรุงสายตา และลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม</span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กระตุ้น <strong>ระบบภูมิคุ้มกัน</strong> ให้แข็งแรง</span></span></li>
	<li><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มี <strong>สารต้านอนุมูลอิสระ</strong> ทำให้ผิวกระจ่างใส</span></span></li>
</ul>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>ตัวอย่างผักผลไม้:</strong> ฟักทอง, สับปะรด, กล้วย, พริกหยวกสีเหลือง</span></span></p>

<hr />
<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">🌟 <strong>ทริคสุขภาพ:</strong><br />
ลองเพิ่มผักและผลไม้เหล่านี้ในมื้ออาหารทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลโรค!<br />
กินให้ครบสี ได้ทั้งสารอาหารและความสดชื่นแบบเต็มคำค่ะ ❤️💛</span></span></p>

<hr />
<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>#สุขภาพดีทุกสี #ผักผลไม้มีประโยชน์ #กินผักผลไม้ครบสี</strong></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/2025021083ec2611a93d7d2cd44d49a467ffb656163712.jpg' type='image/jpg' length='1322182' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[5 โรคร้ายที่มาจากฝุ่น PM 2.5]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/363575</link>
<guid isPermaLink="false">b3d92db054f4cce7412d9d149f7d1341</guid>
<pubDate>Mon, 10 Feb 2025 16:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-pm-slice="1 1 []"><span style="font-size:24px;"><strong>5 โรคร้ายจากฝุ่น PM 2.5 ที่คุณต้องระวัง!</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศที่ขมุกขมัว แต่ยังเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของเราโดยตรง ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วนี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงมากมาย มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ควรระวัง!</span></p>

<h3><span style="font-size:24px;">1. โรคระบบทางเดินหายใจ</span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">การสูดฝุ่น PM 2.5 เข้าไปสามารถทำให้ปอดเกิดการอักเสบ ระคายเคือง และเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ และโรคหืด ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจอาจมีอาการกำเริบมากขึ้นอีกด้วย</span></p>

<h3><span style="font-size:24px;">2. โรคถุงลมโป่งพอง</span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">แม้ไม่สูบบุหรี่ แต่การได้รับฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานานก็อาจส่งผลให้เกิดภาวะถุงลมโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกาย และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดอีกด้วย</span></p>

<h3><span style="font-size:24px;">3. โรคผิวหนัง</span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">ฝุ่น PM 2.5 สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อีกทั้งยังทำให้ผิวหนังแห้งและเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร</span></p>

<h3><span style="font-size:24px;">4. โรคหัวใจและหลอดเลือด</span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">เมื่อสูดฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในปริมาณมาก จะส่งผลให้เลือดข้นขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง</span></p>

<h3><span style="font-size:24px;">5. โรคเยื่อบุตาอักเสบ</span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">ฝุ่น PM 2.5 สามารถทำให้ตาระคายเคือง เกิดอาการอักเสบ ตาแห้ง ตาแดง แสบตา และคันตาได้ หากไม่ได้รับการป้องกัน อาจทำให้สุขภาพดวงตาแย่ลงในระยะยาว</span></p>

<hr />
<h3><span style="font-size:24px;"><strong>การป้องกันและดูแลตนเองจากฝุ่น PM 2.5</strong></span></h3>

<p><span style="font-size:24px;">เพื่อให้ห่างไกลจากโรคร้ายเหล่านี้ เราสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีดังนี้ ✅ <strong>สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5</strong> ทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง ✅ <strong>พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์</strong> เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ✅ <strong>หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง</strong> ในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ✅ <strong>หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์</strong> เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ✅ <strong>ติดตามดัชนีคุณภาพอากาศ</strong> ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม ปกป้องสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้ เพราะสุขภาพที่ดีไม่มีขาย ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด! 🌿💙</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/202502103fe87ede16fa822b56d3a7a61326e020163116.jpg' type='image/jpg' length='601046' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เสี่ยงใคร⁉️ ในภาวะฝุ่นหนาแน่น 🌫️ PM2.5 กลับมาอีกแล้ว!]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/355319</link>
<guid isPermaLink="false">854f28525448a4ab7f359f42b0d9a12d</guid>
<pubDate>Tue, 14 Jan 2025 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><span style="font-size:26px;">ช่วงนี้ลมเย็น ๆ อาจทำให้รู้สึกสดชื่น แต่สิ่งที่แฝงมากับลมก็คือ <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ที่เป็นภัยเงียบต่อสุขภาพ 😷 การใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐานช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงสูงและอาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า!</span></h2>

<p><img alt="" src="https://region3.prd.go.th/cms/s53/u985/473364787_912634151045748_335305.jpg" style="width: 842px; height: 1191px;" /></p>

<h2><span style="font-size:26px;">🔴 <strong>กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษจากฝุ่น PM2.5</strong></span></h2>

<h2><span style="font-size:26px;">1️⃣ <strong>หญิงตั้งครรภ์</strong> 🤰<br />
ทารกในครรภ์กำลังพัฒนา อาจได้รับมลพิษที่แม่สูดเข้าไป ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกผ่านทางสายรก</span></h2>

<h2><span style="font-size:26px;">2️⃣ <strong>เด็กเล็ก</strong> 👶<br />
เด็ก ๆ หายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ และปอดยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้รับมลพิษเข้าสู่ร่างกายมากกว่าในช่วงเวลาที่เท่ากัน</span></h2>

<h2><span style="font-size:26px;">3️⃣ <strong>ผู้สูงอายุ</strong> 👴👵<br />
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระบบหายใจและภูมิคุ้มกันย่อมเสื่อมถอยตามวัย ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคถุงลมโป่งพอง</span></h2>

<h2><span style="font-size:26px;">4️⃣ <strong>ผู้ที่มีโรคประจำตัว</strong> 💊<br />
ฝุ่น PM2.5 อาจกระตุ้นให้โรคประจำตัวกำเริบ เช่น</span></h2>

<ul>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">ผู้ป่วยภูมิแพ้: อาการจมูกอักเสบกำเริบ</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">ผู้ป่วยโรคหัวใจ: เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ</span></h2>
	</li>
</ul>

<h2><span style="font-size:26px;">5️⃣ <strong>ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง</strong> 🚧<br />
อาชีพที่ต้องเผชิญฝุ่นเป็นเวลานาน เช่น</span></h2>

<ul>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">ตำรวจจราจร</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">คนกวาดถนน</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">พ่อค้าแม่ค้าริมทาง</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">วินมอเตอร์ไซค์<br />
	กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวจากการรับฝุ่นสะสม</span></h2>
	</li>
</ul>

<h2><span style="font-size:26px;">‼️ <strong>ป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM2.5 ยังไงดี?</strong><br />
หากเลี่ยงการออกนอกบ้านไม่ได้ <strong>ใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน</strong> เพื่อป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก เช่น</span></h2>

<ul>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">N95</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">KN95</span></h2>
	</li>
	<li>
	<h2><span style="font-size:26px;">FFP2<br />
	หน้ากากเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นที่เล็กเพียง 0.3 ไมครอนได้ ✅</span></h2>
	</li>
</ul>

<h2><span style="font-size:26px;">💡 <strong>ดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างด้วยการสวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เพื่อให้ห่างไกลจากภัยเงียบนี้นะคะ!</strong></span></h2>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/202501144a615ad94faaaf3542909c13d4000308152114.jpg' type='image/jpg' length='447659' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[7 ผลไม้ต้านมะเร็ง: พลังธรรมชาติเพื่อสุขภาพ]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/348626</link>
<guid isPermaLink="false">f6ef7bce1531e91101453334af178862</guid>
<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 09:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1 level="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การป้องกันโรคมะเร็งเริ่มต้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง</span></h1>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ผลไม้ต้านมะเร็ง 7 ชนิด</span></h2>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. มังคุด</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สารสกัดช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว TH1 และ TH17</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ป้องกันเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิด รวมถึงมะเร็งเต้านม</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. ทับทิม</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มีกรดเอลลาจิก (Ellagic Acid)</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งผิวหนัง ลำไส้ ตับ เต้านม และต่อมลูกหมาก</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. ส้ม</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เต็มไปด้วยวิตามินซีและสารแคโรทีนอยด์</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ลดความเสี่ยงมะเร็งปากและกล่องเสียง</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">4. มันเทศ</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มีกรดคาเฟโออิวควินิก</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">5. องุ่น</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สารต้านอนุมูลอิสระสูง</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ป้องกันมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">องุ่นแดงช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">6. ลิ้นจี่</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มีสารฟลาโวนอยด์</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">7. เบอร์รี่</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สูง</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ชะลอการเกิดเซลล์มะเร็ง</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ลดเซลล์มะเร็งเต้านมในหนูทดลองได้ 60-75%</span></li>
</ul>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คำแนะนำสำคัญ</span></h2>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">รับประทานอาหารให้หลากหลาย</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครบ 5 หมู่</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ปริมาณเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย</span></li>
</ul>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">แหล่งอ้างอิง</span></h2>

<ol depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">งานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับสารต้านมะเร็งในผลไม้</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การศึกษาทางคลินิกด้านโภชนาการและการป้องกันโรคมะเร็ง</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา</span></li>
</ol>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญ</span></h2>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นพ.วิกรม เจนเนติสิน แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยาและเคมีบำบัด</span></p>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ข้อควรระวัง</span></h2>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การรับประทานผลไม้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันมะเร็ง</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปี</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การออกกำลังกายและการใช้ชีวิตที่ถูกสุขลักษณะมีความสำคัญเช่นกัน</span></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/20241217bd249b85047d13ea82c539be092e71b1091740.jpg' type='image/jpg' length='909093' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภัยเงียบของการนอนดึก: ผลกระทบต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่รู้]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/348623</link>
<guid isPermaLink="false">c773c24d36d7afe851ae0fac97be02b2</guid>
<pubDate>Tue, 17 Dec 2024 09:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1 level="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><img alt="" src="https://region3.prd.go.th/cms/s53/u985/LINE_ALBUM_ข่าวสุขภาพ161267_2412.jpg" style="width: 70%;" /></span></h1>

<h1 level="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การนอนดึกเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้าและปัญหาสุขภาพร้ายแรง</span></h1>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สาเหตุหลักของการนอนดึก</span></h2>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. ปัจจัยแวดล้อม</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">แสงสว่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เสียงรบกวน</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การทำงานเป็นกะ</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. ปัจจัยทางสรีรวิทยา</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การเปลี่ยนแปลงโซนเวลา (Jet Lag)</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ผลกระทบจากแอลกอฮอล์และยา</span></li>
</ul>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">โรคร้ายที่มากับการนอนดึก</span></h2>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. โรคหัวใจ</span></h3>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ตามการศึกษาของ American Heart Association (2022) พบว่าการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ 48%</span></p>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. โรคเบาหวาน</span></h3>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">งานวิจัยจาก National Institutes of Health เผยว่าการนอนดึกทำให้การผลิตอินซูลินลดลง เสี่ยงเบาหวานสูงขึ้น</span></p>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. โรคซึมเศร้า</span></h3>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นักวิจัยจาก Harvard Medical School พบความสัมพันธ์ระหว่างการนอนไม่เพียงพอกับภาวะซึมเศร้า</span></p>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กลยุทธ์การแก้ปัญหาการนอนดึก</span></h2>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. จัดสภาพแวดล้อมการนอน</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ควบคุมอุณหภูมิห้อง</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ลดแสงและเสียงรบกวน</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ใช้ที่นอนและหมอนที่สบาย</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. สร้างวินัยการนอน</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นอนให้ตรงเวลาสม่ำเสมอ</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">หลีกเลี่ยงอาหารหนักก่อนนอน</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ลดการบริโภคคาเฟอีน</span></li>
</ul>

<h3 level="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. การออกกำลังกาย</span></h3>

<ul depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง</span></li>
</ul>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">แหล่งอ้างอิง</span></h2>

<ol depth="0">
	<li index="0"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">American Heart Association, 2022</span></li>
	<li index="1"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">National Institutes of Health, Sleep Research Unit</span></li>
	<li index="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">Harvard Medical School, Department of Psychiatry</span></li>
	<li index="3"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">World Health Organization, Sleep Health Guidelines</span></li>
</ol>

<h2 level="2"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สรุป</span></h2>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพ การตระหนักถึงความสำคัญและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่มีคุณภาพและห่างไกลจากโรคร้าย</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/202412171489d01b9543afd1b7c7f14ac7c2639d091355.jpg' type='image/jpg' length='768604' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เตือน! ติดหน้าจอนานเป็น Computer Vision Syndrome ได้]]></title>
<link>https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2017/iid/343172</link>
<guid isPermaLink="false">6003c0a589d08a1576cfdc648288ab4e</guid>
<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 14:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong><span style="font-size:24px;"></span></strong></h2>

<p><img alt="IHL Computer Visioin Syndrome CVS ตาไม่สบายเมื่อติดจอคอม" height="347" src="https://cooptrain.office.cpd.go.th/images/Interesting_Facts/IHL-Computer-Visioin-Syndrome-CVS-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1.jpg" width="661" /></p>

<p>ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ผู้คนจำนวนมากมีงานทำทั้งที่บ้านและที่ทำงานที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การดูคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอดิจิทัลมักทำให้ดวงตาทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ความต้องการทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์และหน้าจอดิจิทัลสูง ทำให้บุคคลเหล่านี้มีความเสี่ยงต่ออาการที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น เช่น ปวดตา ตาแห้ง ระคายเคืองตา และมองเห็นไม่ชัด อาการผิดปกติเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง &ldquo;โรควิชั่นซินโดรม&rdquo; หรือกลุ่มอาการทางสายตาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต อุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน โดยระดับความรู้สึกไม่สบายจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณการใช้หน้าจอดิจิทัล แม้ว่าโรควิชั่นซินโดรมจะไม่ใช่ปัญหาทางสายตาที่ร้ายแรงซึ่งนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น แต่หากไม่ได้รับการรักษา มักจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตาในระดับสูงและรบกวนกิจกรรมประจำวัน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลง</p>

<h2><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&ldquo;โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ CVS&rdquo;</span></strong></h2>

<p>Computer Vision Syndrome หรือ CVS เป็นกลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต อีบุ๊กและสมาร์ทโฟนระดับ ความระคายเคือง และความไม่สบายตาจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณการใช้งานหน้าจอดิจิทัลการ วิจัยทางคลินิกระบุว่า ผู้คนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องนานกว่า 3 ชั่วโมงต่อ วัน มากถึง 90 %มีอาการของ CVS อย่างน้อยบางอย่าง ซึ่งส่งผลต่อชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่างๆ ของพวกเขา</p>

<h2><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><strong>อาการและสัญญาณของ CVS</strong></span></h2>

<p>CVS ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะอย่างหนึ่งแต่ รวมถึงอาการเมื่อยล้าและความไม่ สบายตาอื่นๆ ด้วย ระดับของอาการทางสายตาที่แต่ละคนประสบมักขึ้นอยู่กับระดับความสามารถในการมองเห็นและระยะเวลาที่ใช้ไปกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อาการและสัญญาณของ CVS ได้แก่:</p>

<ul>
	<li><span style="font-size:24px;">อาการปวดตา</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">ตาแห้งหรือตาแดง</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">ตาแสบร้อน</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">อาการระคายเคืองตา</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">มองเห็นพร่ามัว</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">ปัญหาภาพซ้อนหรือการโฟกัส</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">ความไวต่อแสง (ภาวะไม่ทนต่อแสง)</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">อาการปวดตา</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">อาการปวดหัว</span></li>
	<li><span style="font-size:24px;">อาการปวดคอ ไหล่ หรือหลัง</span></li>
</ul>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region3.prd.go.th/th/file/get/file/20241127d9bd5a1cbd78e3020eb32f387c048a4f142628.jpg' type='image/jpg' length='430187' />
</item>
</channel>
</rss>
