เชียงรายหนุนเกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกมะม่วงหิมพานต์แทนการทำไร่ข้าวโพดสร้างรายได้มั่นคงระยะยาว

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงราย
  • เมื่อวันที่ : 29 มิ.ย. 2563
  • อ่าน : 185 ครั้ง

นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกไม้ยืนต้นทดแทนพื้นที่ข้าวโพด ลดพื้นที่การเผาอย่างยั่งยืน ตามโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้าวโพดเป็นพืชยืนต้นในระบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ บ้านแม่มอญ ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย  ซึ่งเป็นโครงการที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕  และชุมชนบ้านแม่มอญ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  ปัจจุบันการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำไร่ข้าวโพด ซึ่งทุกปีต้องมีการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใหม่ ทำให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของการสร้างวิกฤตหมอกควัน มลพิษ และก่อภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคงทางรายได้ เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทุกปี กำไรสุทธิจึงลดลงเรื่อยๆ ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงครอบครัว ทำให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิตด้านอื่นตามมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้าวโพดเป็นพืชยืนต้นในระบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนพื้นที่ข้าวโพดเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถสร้างความยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นพื้นที่ต้นแบบให้เห็นเป็นรูปธรรมของการสร้างป่า สร้างรายได้  ที่สามารถลดพื้นที่การเผา แก้ปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือของภาคีชุมชน   ภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และประชาสังคม

โดยโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้าวโพดเป็นพืชยืนต้นในระบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้ จะเป็นการสนับสนุนชุมชนแม่มอญให้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไปสู่การปลูกมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งผ่านการวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่  โอกาสทางการตลาด และศักยภาพของชุมชน ที่จะทำให้มีความมั่นคงทางรายได้มากขึ้น เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ที่สำคัญคืออายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตยาวนานมากกว่า 10 ปี สามารถขายผลผลิตได้ทุกส่วน คือ ยอดอ่อน ผล และเมล็ด เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 12,500-20,000 บาทต่อไร่ ซึ่งการปลูกมะม่วงหิมพานต์   ในพื้นที่ 3-5 ไร่ ก็จะทำให้มีรายได้เพียงพอ ทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จำนวนมากได้  

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าว สวท.เชียงราย
บรรณาธิการ : วรางคณา อุ่นบ้าน
แหล่งที่มา : สวท.เชียงราย

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ