คำแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เรื่อง ครม. ใหม่ และการเดินหน้าประเทศ 13 สิงหาคม 2563

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงราย
  • เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2563
  • อ่าน : 160 ครั้ง

พลเอก ประยุทธ์  จันทน์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์เรื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ และการเดินหน้าประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล
     - พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ
           เมื่อวานนี้(12 สิงหาคม 2563) รัฐมนตรีใหม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย รัฐมนตรีใหม่ เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในประเทศไทย  วันนี้ ผมจึงต้องขอพูดเรื่องสำคัญที่กำลังรอเราอยู่ในอนาคตข้างหน้า
       - ก่อนอื่น คือที่ผ่านมา พวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโควิดจนสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องสู้กันต่อไปอีก เพราะปัญหาโควิดในโลกยังไม่จบ ความร่วมมือกันของทุกคนในช่วงที่ผ่านมา ได้รักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้ นับหมื่นชีวิตก็ว่าได้ และที่มากไปกว่านั้นก็คือ ปกป้องไม่ให้ครอบครัวจำนวนมากต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก หรือหลาน ของเรา ไม่ต้องเสียชีวิตเพราะโควิด ซึ่งนั่นจะเป็นความเจ็บปวดอย่างที่สุดที่ติดไปตลอดชีวิต แม้โควิดจะหมดไปจากโลกนี้แล้วก็ตาม นอกจากนั้น ความร่วมมือกันของพวกเราทุกคน ยังช่วยรักษาเงินของประเทศเอาไว้ เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ล้าน ไม่ต้องถูกเอาไปใช้กับการจัดหายาและอุปกรณ์ทางสาธารณสุขมารักษาผู้ป่วย ทำให้ตอนนี้เราสามารถนำเงินนั้นมาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้หลายล้านครอบครัว
        - อย่างประเทศไทยเรา คงรับไม่ไหวหากมีการล้มตายของคนเป็นหมื่น ๆ เหมือนที่เกิดในหลายประเทศ นั่นคือเหตุผลที่ผมยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลและป้องกันวิกฤตสาธารณสุขต่อไปอีก เพราะนั่นก็ส่งผลต่อเรื่องเศรษฐกิจด้วย ตอนนี้ การจัดการกับวิกฤตเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
         -ผมขอเริ่มต้นด้วยการบอกว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ จะไม่หายไปได้ในเร็ววัน พวกเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง ในเมื่อผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก ต่างคาดการณ์ว่า ทุกคนคงจะต้องทนทุกข์กับวิกฤตนี้ ไปจนถึงปลายปีหน้า เมื่อทั้งโลกต้องเจ็บหนักกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายกว่าครั้งไหน ประเทศไทยก็ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสนี้ด้วย เพราะเศรษฐกิจไทย เชื่อมอยู่กับเศรษฐกิจโลกอย่างมาก เราพึ่งพานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเราทำการค้าขายกับทั่วทุกมุมโลก เมื่อเราอยู่ในพายุวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำ เราเองก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ซึ่งดูแล้วว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะเริ่มกลับมาเป็นปกติได้ ก็ต่อเมื่อประเทศอื่น ๆ ในโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติด้วย
      -อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราทำได้ คือการให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน และทำทุกอย่างที่จะช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอดได้ ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ นี่คือสิ่งที่ผมรับปากกับทุกคนในประเทศ ในแถลงการณ์ครั้งก่อนที่ผมพูดว่า เราต้องให้คนที่เก่งที่สุดจากทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถทำงานร่วมกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปให้ได้ และมากกว่าแค่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด คือ ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อวางแผน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการทำงานแบบ new normal ที่ผมเรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ
       -ส่วนหนึ่งของรวมไทยสร้างชาติ คือการเปิดโอกาสให้คนเก่ง ๆ ในประเทศของเรา ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนได้ทำงานร่วมกัน ได้ใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศ ผมจึงได้ตัดสินใจเชิญผู้มีความสามารถ ซึ่งเป็นคนนอก ที่ไม่ได้มาจากภาคการเมือง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีใหม่
      -ทุกท่านคงทราบดีว่า ในโลกประชาธิปไตย เราต้องทำงานด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งผมยินดีที่จะทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้อย่างดีที่สุด แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วม มาช่วยกันทำงานรับใช้ประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า เราต้องเปิดกว้างในสถานการณ์นี้ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่แพ้เรื่องสาธารณสุข ผมจึงตัดสินใจ เลือกแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ท่านเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพในเรื่องเป็นผู้มีจริยธรรม และมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น ในฐานะมืออาชีพมาอย่างยาวนาน
        -แนวทางที่ผมมอบให้ท่านรัฐมนตรี ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ มี 5 อย่างที่ต้องทำ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย     งานที่ 1: เราต้องเยียวยาความเจ็บปวดที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ต่อไปอีกโดยเฉพาะกลุ่ม SME และประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องตกงานในช่วงที่ผ่านมา
       งานที่ 2: เราต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ ในแนวทางที่จะช่วยประเทศ อย่างยั่งยืน โดยต้องตระหนักอยู่เสมอว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน ซึ่งผมรู้ดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เงินเยียวยากันไปตลอด ดังนั้นเราต้องเริ่มทำโครงการที่จริงจัง ทำให้ได้ ที่จะช่วยแก้ปัญหาปัจจุบัน นอกจากนั้น ต้องเตรียมการที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้ได้อย่างยั่งยืน เมื่อโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราต้องทำโครงการที่ถูกต้อง ตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ และเราจะต้องใช้เงินที่มีอยู่อย่างเหมาะสม และให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการจริง ๆ โดยใช้กลไก โครงสร้าง คณะกรรมการ และศูนย์บริหารสถานการณ์ที่มีการทำงานบูรณาการกัน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
     งานที่ 3: เราต้องสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจต่าง ๆ ยังคงการจ้างงานลูกจ้างของเขาต่อไป และให้ธุรกิจต่าง ๆ ใช้ช่วงเวลานี้ พลิกองค์กรของตัวเองให้กลายเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น
     งานที่ 4: เราต้องมีแผนเรื่องการจ้างงานคนรุ่นใหม่ นักศึกษาจบใหม่จำนวนมากกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน พวกเขาจำเป็นต้องมีงานทำ
       งานที่ 5: คือ งานที่เกี่ยวกับการทำงานต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกคนในสังคมมีบทบาทหน้าที่ ที่จะช่วยกันนำพาประเทศ ก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปให้ได้

การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งของรวมไทยสร้างชาติ และตอนนี้ ผมกำลังเดินหน้า ดึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่อยู่ในภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคม ให้มาช่วยกันคิดและขับเคลื่อนประเทศด้วย
        -ในช่วงเดือนนี้ และเดือนหน้า ผมจะเริ่มทำ workshops กับภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะเข้ามานำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคส่วนของเขา นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับโอกาสที่เขามองเห็น และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคส่วนนั้น ๆ ให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยผมจะเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอของทุกภาคส่วนด้วยตัวเอง สิ่งที่ผมต้องการสำหรับประเทศไทย คือ เมื่อถึงเวลาที่วิกฤตโควิดเริ่มหายไป ประเทศไทยของเราจะไปอยู่ในจุดที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสการจ้างงานมหาศาล และทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดีขึ้นกว่าก่อนที่โควิดจะเกิดด้วยซ้ำ บทบาทของผมคือ ผมต้องการเข้าใจประเด็นต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อสั่งการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และให้ภาครัฐช่วยกำจัดอุปสรรคที่ดึงรั้งภาคส่วนต่าง ๆ เอาไว้
        -การร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันของเรา จับมือหารือกันอย่างสร้างสรรค์ วางแผน และลงมือทำ นี่คือหนทางที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากปัญหาที่ถ่วงประเทศไทยเอาไว้มาอย่างยาวนาน
       - การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งกีดขวางการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ควรจะมีอยู่แค่ในอดีต เราต้องหยุดพูดคำว่า “พวกเขา” หรือ “พวกเรา” คนที่พูดว่า “ฉันไม่ฟังเขา เพราะเขามีความเชื่อต่างกับฉัน” หรือ “ฉันจะไม่ไปเจอเขา เพราะเขามีความเชื่ออีกทางหนึ่ง” เป็นคนที่ยังติดอยู่ในโลกการเมืองของเมื่อวาน เป็นยุคที่ผ่านไปแล้ว แนวคิดแบบ พวกเขา-พวกเรา ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไป ในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่า “คนไทยด้วยกัน”
        -เราต้องมองไปในอนาคตข้างหน้า อนาคตที่จะเป็นยุคสมัยของคนที่ปัจจุบันนี้มีอายุ 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี สิ่งสำคัญของทุกวันนี้ คือ ความยุติธรรมในสังคม ความเสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ และมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง โดยไม่เกี่ยวกับนามสกุล ฐานะทางการเงินของครอบครัว หรืออายุ เราต้องเชื่อว่า คนทุกคนเกิดมามีแต่ความดีอยู่ในตัว ซึ่งผมเองก็เชื่อแบบนั้นเช่นเดียวกัน
        -โลกยุคใหม่ ต้องการให้พวกเราเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมเดียวกัน แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราต้องร่วมกันให้คำนิยามการเมืองแบบใหม่ และทำลายการเมืองแบบเดิมที่แบ่งแยก
      - นี่คือสิ่งที่ควรอยู่ในความคิดของพวกเรา และนี่คือสิ่งที่อยู่ในความคิดของผม และนี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้วก็อยู่ในความคิดของคนไทยทุกคนสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราต้องแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกันได้ และเราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงมุมมองและสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพื่อช่วยประเทศ 

      -เมื่อตอนที่ผมไปพบสื่อเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่ผมได้เห็นว่า สื่อก็ทำ  ผมอยากจะขอชื่นชมสื่อทุกคนด้วยความเคารพ สำหรับการสละเวลาพบผม นำเสนอความคิดและคำแนะนำเพื่ออนาคตของประเทศ ทุกสื่อได้เตรียมข้อมูลและการนำเสนอ ที่ใช้ความรู้ และประสบการณ์ คิดมาเป็นอย่างดี และเป็นคำแนะนำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง โดยไม่สนใจว่าใครจะมีฟากฝั่งทางการเมืองแบบไหน และที่สำคัญ ข้อเสนอแนะที่สื่อได้นำเสนอผม ไม่ใช่เพราะอยากช่วยผม หรืออยากช่วยรัฐบาล แต่ทุกสื่อได้ให้คำแนะนำกับผม เพราะต้องการช่วยประเทศ และเพื่อนร่วมชาติ ผมสัมผัสได้ว่า คำแนะนำของสื่อ ออกมาจากหัวใจที่มีความเป็นห่วงประเทศ และเป็นหัวใจที่มีความรักต่อคนอีกกว่า 70 ล้านคน ที่เรียกแผ่นดินนี้ว่า “ประเทศของเรา”
      - นี่คือจิตวิญญาณที่ทำให้ประเทศของเรายิ่งใหญ่ และทำให้เราอยู่บนเส้นทางที่จะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ ยิ่งขึ้นได้  ไม่ใช่จิตวิญญาณแบบที่จะนำไปสู่การลุกขึ้นมาตะโกนด่าทอ หรือต่อสู้กัน เส้นทางของคนที่พูดว่า “ฉันไม่ฟังเขา เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับฉัน” เป็นเส้นทางที่จะพาประเทศไปสู่ความมืดมน
      - จิตวิญญาณของความเป็นไทย จะพูดว่า แม้เราจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เรา “ให้โอกาส” เราต้องฟัง และประนีประนอมกัน และเราต้องลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ ตอนนี้ เราต้องมุ่งความสนใจของเราไปที่ความอยู่รอดของปากท้องของคนหลายสิบล้านคน เราต้องทำงานร่วมกัน ช่วยกันดันเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นกลับมาให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นเราค่อยจัดการแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่น ๆ ด้วยกัน ต่อไป
     - ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรากำลังทำตามที่พูดว่ารวมไทยสร้างชาติ วันนี้ ผมได้ให้คำแนะนำกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านใหม่ ให้ท่านเชิญมันสมองชั้นยอดของประเทศเข้ามาพบกัน เพื่อพูดคุยมุมมองความคิดของแต่ละท่าน ในการบริหารจัดการสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ โดยท่านต่าง ๆ ที่จะเชิญเข้ามานั้น ควรจะมีคนที่เคยอยู่ในรัฐบาลอื่น หรือเป็นคนที่อาจจะมีแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างกัน
     -นี่คือแนวทางที่ผมได้มอบให้คณะรัฐมนตรีใหม่ของผม คณะรัฐมนตรีที่ต้องรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งวันนี้ ผมขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่า กรุณา “ปฏิเสธ” ความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่างความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา
   - อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ และอนาคตก็อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นว่า เขามีพลังที่จะเดินหน้าประเทศ ไปในเส้นทางที่จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกคนทุกฝ่าย ก้าวข้ามความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องในปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น

    - เราต้องอยู่เหนือการโต้เถียงกัน และเราต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะเรามีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากรออยู่ตรงหน้า นั่นคือความอยู่รอดในการหาเลี้ยงชีวิตของคนนับล้าน ๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากหายนะของโควิด

   - เราลดปัญหาของเราไปได้ ด้วยการไม่ปล่อยให้เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้เราต้องมุ่งไปที่ความอยู่รอดของปากท้อง เพราะเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก และเลวร้ายไปทั่วโลก แต่พวกเราต้องมีความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราได้เห็นว่า การร่วมแรงร่วมใจกัน ลงมือทำงานด้วยกัน ได้ช่วยพวกเราให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดการกับโควิดได้ดีที่สุดในโลก และไม่มีการล้มตายของผู้คน ผมเชื่อว่า เราก็สามารถทำแบบเดียวกันนั้นได้ กับการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งหนทางเดียว ก็คือการจับมือกัน และทำงานด้วยกัน เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศของเรา เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อลูกหลานของเรา นั่นคือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเราในตอนนี้

 ขอบคุณครับ

 นี้เป็นการแถลงการณ์จาก พลเอก ประยุทธ์  จันทน์โอชา นายกรัฐมนตรี 13 สิงหาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ภาพข่าว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าว สวท.เชียงราย
บรรณาธิการ : สมชาย เกิงฝาก
แหล่งที่มา : สวท.เชียงราย

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ