มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสบความสำเร็จอีกหนึ่งก้าว ร่วมวิจัย ภายใต้ชื่อโครงการ HPTN 083

  • ข่าวจาก : สวท.เชียงใหม่
  • เมื่อวันที่ : 22 พ.ค. 2563
  • อ่าน : 51 ครั้ง

ทั่วโลกร่วมยินดี ผลการวิจัยพบว่ายาฉีดคาโบทิกราเวียร์ช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ผลดีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ 1 ในสถาบันที่เข้าร่วมโครงการวิจัย

            ศาสตราจารย์นายแพทย์ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยแห่งหนึ่งในโครงการ HPTN 083 เปิดเผยถึง ความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี เพราะถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการป้องกันที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การยุติปัญหาเอชไอวีในอนาคต และนับเป็นความภูมิใจของสถาบันฯ ที่ได้เข้าร่วมในการศึกษานี้

            ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ และเป็นหัวหน้าทีมโครงการวิจัย HPTN 083 ที่คลินิกพิมาน ซึ่งเป็นคลินิกวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเป็นหน่วยวิจัยหนึ่งภายใต้เครือข่ายการวิจัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Prevention Trial Network; HPTN) ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเปิดเผยผลการวิจัยดังกล่าว ปัจจุบันประเทศไทย ยังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ปีละหลายพันคน โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในกลุ่มเกย์และสาวประเภทสอง ผู้ใช้ยาเสพติด เป็นต้น ถึงแม้จะมีวิธีการป้องกันการติดเชื้อเอไชไอวีที่หลากหลาย ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง การใช้ถุงยางอนามัย รวมถึงการกินยาต้านไวรัสเพื่อการป้องกันล่วงหน้า เรียกย่อ ๆ ว่า PrEP (Pre-exposure Prophylaxis)  แต่ก็ยังตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกปีละหลายล้านคน เนื่องจากผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงบางรายไม่นิยมใช้ถุงอนามัย ไม่ชอบยากินเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เพราะจะต้องกินยาติดต่อกันทุกวัน บางรายมักจะลืมกินยาบ่อย ๆ หรือมีความความผิดปกติของการทำงานของไต ทำให้การป้องกันไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งผลการวิจัยเกี่ยวกับยาฉีดคาโบทิกราเวียร์ที่พบว่า ยาฉีดตัวนี้สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากยาชนิดกิน จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญเพิ่มเติมสำหรับผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามที่ได้กล่าวไปแล้ว จะได้เลือกวิธีป้องกันการติดเชื้อที่ปฏิบัติได้สะดวกขึ้น ตามความชอบ หรือเหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งจะนำไปสู่การลดการติดเชื้อเอชไอวีและยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทยและทั่วโลกภายในปี ค.ศ. 2030

            ในการนี้ ประเทศไทย มีสถาบันวิจัยชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ คลินิกพิมาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย, และคลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ได้เข้าร่วมวิจัยในโครงการ HPTN 083 โดยได้รับอาสาสมัครชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง เข้าร่วมโครงการ รวม 553 ราย จากจำนวนทั้งหมด 4,570 ราย ซึ่งจะได้มีการแจ้งรายละเอียดและผลวิจัยให้ผู้ร่วมวิจัยต่อไป

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นางสาวพิมลกัลย์ เดชะชัย
บรรณาธิการ : นางสาวธิติมา พันรอด
แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่

ข่าวสปข.3 ที่น่าสนใจ