ติดเกมนั้นอันตรายแค่ไหน?

หลายคนมองว่าการเล่นเกม เป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนาน คลายเครียด หรือเสริมสร้างความรู้ได้ดี แต่มีมุมมองที่ให้โทษด้วยเช่นกัน เพราะหากไม่ควบคุมระยะเวลาการเล่นให้ดี หรือเล่นเกมส์ที่ไม่เหมาะสมกับวัย อาจก่อเกิดให้ปัญหาต่องตัวผู้เล่นและคนรอบข้างได้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันและทำให้เกิดการป่วยทางร่างกายและจิตใจได้ 

ผลเสีย   
- ด้านสุขภาพร่างกาย ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ส่งผลให้เกิดการปวดท้อง ในบางรายจะเกิดโรคอ้วนเพราะไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายหรือออกกำลังกาย การเข้านอนและการตื่นผิดปกติ ลูกตาก็จะแห้งและล้าเพราะแสงจ้าจากที่ต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์
- ด้านสุขภาพจิต ทำสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นน้อยลง ไม่มีสังคมเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกม ทำให้เด็กอาจมีพฤติกรรมกลัวสังคมได้ ซึ่งจะมีอาการปิดตัวไม่สุงสิงกับใครเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงลำพัง อารมณ์ เด็กจะก้าวร้าวรุนแรง ชอบเอาชนะ โมโหร้าย ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการเลียนแบบจากเกมโดยเฉพาะพวกเกมการต่อสู้ นอกจากนั้นยังจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน และหดหู่ ซึมเศร้าหากไม่ได้เล่นเกม
- ด้านพฤติกรรม เกิดปัญหาเด็กโกหก ลักขโมย ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เกิดปัญหาภายในครอบครัว เพราะเด็กจะติดเกมจนไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง หรือเด็กอาจขโมยหรือหลอกเอาเงินจากผู้ปกครองไปเล่นเกม    ทำให้ขาดความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่มีเวลาให้กัน ขาดความเข้าใจ โกรธใส่กัน

แนวทางการแก้ปัญหา
-    ให้ความสำคัญในเนื้อหาของเกม ว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร พ่อแม่ควรมีส่วนร่วมในการเลือกเกมให้ลูกโดยมีส่วนร่วมในการเลือกและตัดสินใจซื้อหรือเล่นเกมต่างๆ ด้วย
-    กำหนดและควบคุมเวลาเล่นคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต อาจต้องลงในรายละเอียดว่าให้เล่นได้วันละกี่ชั่วโมง สัปดาห์ละกี่วัน บางบ้านก็ตั้งกฎไว้เลยว่าจะให้เล่นได้เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์เท่านั้น
-    หากิจกรรมเสริมที่น่าสนใจ เช่น เล่นกีฬา สร้างสรรค์งานศิลปะ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร อ่านหนังสือ ทัศนศึกษา พ่อแม่ต้องพยายามหากิจกรรมที่น่าสนุกกว่าเพื่อเอาชนะความสนุกที่ลูกได้จากเกมให้ได้
-    ส่งเสริมให้ลูกใช้ประโยชน์จากเกมคอมพิวเตอร์ในแง่การศึกษาให้มากขึ้น เช่น คัดเลือกโปรแกรมเกมที่เหมาะสมกับอายุให้ลูก เช่น โปรแกรมสอนวิชาต่างๆ เกมการศึกษา หรือการสอนภาษาอังกฤษ 

 

อ้างอิง : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ 
https://new.camri.go.th/infographic/118



คะแนนโหวต :