
(วันที่ 8 เม.ย. 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสถานะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุขมูลฐานของประเทศ และได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมต่อภารกิจที่ปฏิบัติ
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้แก่
การยกระดับจากระเบียบเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานของ อสม. ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น และได้รับการคุ้มครองในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม
กำหนดประเภทของ อสม. ไว้ 3 ประเภท ได้แก่ (1) อสม. (2) อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (3) อาสาสมัครสาธารณสุขอื่น ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน อสม. รวม 4 ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ เขตสุขภาพ จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การบริหารจัดการและการสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพิ่มเติมคณะกรรมการกลุ่มใหม่ ได้แก่ คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขอื่น เพื่อรองรับอาสาสมัครที่ไม่เข้าเกณฑ์ของ อสม. ปกติ เช่น ผู้สูงอายุที่เคยปฏิบัติงาน
ปรับปรุงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียน อสม. โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างประชากรของประเทศ
กำหนดบทบาท หน้าที่ และมาตรฐานจริยธรรมของ อสม. ให้สามารถปฏิบัติงานตามหลักวิชาการและจริยธรรมวิชาชีพ
ปรับปรุงวิธีการร้องเรียน อสม. ให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการระดับจังหวัด
เพิ่มเหตุแห่งการพ้นสภาพการเป็น อสม. เช่น การไม่ผ่านการประเมินมาตรฐาน หรือการได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุด
เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์แก่ อสม. เช่น สิทธิในการรวมกลุ่มเป็นชมรม สมาคม หรือมูลนิธิ สิทธิในการแต่งเครื่องแบบ และสิทธิได้รับความช่วยเหลือและสวัสดิการจากรัฐ
กำหนดให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นหน่วยงานกลาง ในการดำเนินการด้านการสนับสนุนกิจการของ อสม. และสามารถรับเงินบริจาค เงินสมทบ หรือรายได้อื่น ๆ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว
ทั้งนี้ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการสนับสนุนให้ อสม. มีความมั่นคงในการปฏิบัติงาน มีเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพ และได้รับการดูแลในด้านสวัสดิการอย่างเป็นธรรม เพื่อเสริมสร้างระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมประชาชนในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน