
“ราคาเดียวทั่วไทย” หวังพยุงรายได้-เสริมแกร่งเกษตรกร ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
(10 ก.พ. 69 – ทำเนียบรัฐบาล) ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้มีมติสำคัญที่เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เคาะราคาอ้อยขั้นต้น สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 เพื่อเร่งสร้างเสถียรภาพราคาและเสริมสภาพคล่องให้ทันต่อฤดูกาลเก็บเกี่ยว
สาระสำคัญของมติ ครม. ครั้งนี้ คือการสร้างมาตรฐาน "ราคาเดียวทั่วประเทศ" ครอบคลุมพื้นที่คำนวณทั้ง 9 เขต เพื่อความเป็นเอกภาพ โดยมีรายละเอียดตัวเลขสำคัญที่เกษตรกรต้องรู้ ดังนี้:
ราคาอ้อยขั้นต้น: เคาะที่ 890 บาทต่อตันอ้อย (ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. หรือ CCS)
อัตราขึ้น-ลงตามคุณภาพ: หากความหวานสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ จะมีการปรับราคาเพิ่มหรือลดในอัตรา 53.40 บาท ต่อ 1 หน่วย CCS
ผลตอบแทนการผลิตฯ: กำหนดผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นที่ 381.43 บาทต่อตันอ้อย
แหล่งข่าวจากที่ประชุมระบุว่า ตัวเลข 890 บาทนี้ ไม่ได้มาจากการกำหนดลอยๆ แต่คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 89.65 ของราคาอ้อยเฉลี่ยทั่วประเทศที่ประเมินไว้ (992.71 บาท/ตัน) ซึ่งเป็นจุดสมดุลที่รัฐบาลวางหมากไว้เพื่อตอบโจทย์ 3 เด้ง:
สภาพคล่องโรงงาน: เพื่อให้โรงงานน้ำตาลมีเกณฑ์ราคาที่ชัดเจน และสามารถชำระค่าอ้อยให้ชาวไร่ได้ "ทันเวลา"
เงินทุนหมุนเวียนเกษตรกร: เป็นเม็ดเงินด่วนให้ชาวไร่นำไปใช้เพาะปลูก บำรุงรักษาอ้อยในฤดูกาลถัดไป รวมถึงใช้จ่ายในครัวเรือน
พยุงรายได้: เป็นหลักประกันรายได้ในช่วงต้นฤดูกาลผลิต ให้ระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเดินหน้าต่อได้ไม่สะดุด
มติดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งผ่านการเห็นชอบร่วมกันระหว่างสถาบันชาวไร่อ้อยและสมาคมโรงงานเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายทันที