(10 ก.พ. 69 – ทำเนียบรัฐบาล) ผู้สื่อข่าวรายงานมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสำคัญ ที่มีวาระเร่งด่วนเพื่อสุขภาพประชาชน คือการเห็นชอบ "มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ประจำปี 2569" โดยปีนี้รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะไม่ใช้แผนเดิมๆ แต่มีการเติม "อาวุธใหม่" และเพิ่มดีกรีความเข้มข้นในการจัดการ เพื่อสกัดกั้นวิกฤตฝุ่นที่จ่อคิวรอในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องต้นปีหน้า
สิ่งที่ถือเป็น "New Normal" ของการแจ้งเตือนภัยในปีนี้ คือการนำระบบ Cell Broadcast มาใช้อย่างเป็นทางการ
เจาะระบบ: ไม่ต้องรอฟังข่าว ไม่ต้องเปิดแอปฯ แต่ข้อความแจ้งเตือนภัยฝุ่นระดับอันตรายจะถูกยิงตรงเข้าสู่โทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันที
เป้าหมาย: เพื่อให้ชาวบ้านรู้ตัวเร็ว ป้องกันตัวเองทันท่วงที ถือเป็นการอุดช่องโหว่การสื่อสารที่เคยล่าช้าในอดีต
แหล่งข่าวจากทำเนียบฯ ระบุว่า มาตรการปี 69 แม้จะยังยึดโครงสร้างการทำงานเดิม แต่ "ไส้ใน" ถูกปรับให้ดุดันขึ้น โดยเน้นไปที่ 3 สมรภูมิหลัก: พื้นที่ป่า - พื้นที่เกษตร - เขตเมือง โดยมีกลไกสำคัญคือ "คณะกรรมการอำนวยการระดับชาติ" ที่จะเข้ามานั่งหัวโต๊ะบัญชาการ บูรณาการทุกหน่วยงานไม่ให้ทำงานแบบต่างคนต่างทำ
ครม. เคาะแผนการทำงานแบ่งเป็น 2 ช่วงชัดเจน เพื่อไม่ให้วัวหายแล้วล้อมคอก:
1. ระยะเตรียมการ (ช่วงก่อนวิกฤต): เน้นคัดกรอง-ควบคุม
ทำแผนที่เสี่ยง: ระบุพิกัดชัดเจนว่าตรงไหนคือจุดเสี่ยงเผาซ้ำซาก
ขึ้นทะเบียนคนใช้ไฟ: เกษตรกรคนไหนมีความจำเป็นต้องเผา ต้องมาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่อจัดระเบียบการเผา ไม่ให้ควันกระจุกตัวพร้อมกัน
2. ระยะปฏิบัติการ (ช่วงวิกฤต): เน้นบังคับใช้กฎหมาย
กวาดล้างควันดำ: ตั้งด่านตรวจวัดควันดำจากรถยนต์อย่างเข้มงวด
เอกซเรย์โรงงาน: ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยมลพิษ
หมอกควันข้ามแดน: เป็นโจทย์หินที่ต้องเร่งเจรจาและจัดการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน