ครม. ไฟเขียวเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามกรอบ WTO ปี 69-71 มุ่งสร้างสมดุลการค้าควบคู่การป้องป้องเกษตรกรไทย

ทำเนียบรัฐบาล – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับปี 2569–2571 เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือทางการค้าและปฏิบัติตามข้อผูกพันระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน

โดยรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญที่ บก. ข่าวการเมืองสรุปมาให้มีดังนี้:

1. รายการสินค้าและโควตาภาษี (ปี 2569-2571)

รัฐบาลกำหนดโควตานำเข้าและอัตราภาษีสำหรับสินค้า 4 รายการหลัก เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและความมั่นคงด้านวัตถุดิบ:

  • เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่: กำหนดปริมาณในโควตาปีละ 3.15 ตัน โดยมีอัตราภาษีในโควตาที่ 0%
  • หอมหัวใหญ่ (ชนิดแห้ง/ผง และไม่เป็นผง): กำหนดปริมาณในโควตาปีละ 1,256.50 ตัน โดยมีอัตราภาษีในโควตาอยู่ที่ 27%
  • หัวพันธุ์มันฝรั่ง: ไม่จำกัดจำนวนและปริมาณในการนำเข้า เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาที่เหมาะสม โดยมีอัตราภาษีในโควตาอยู่ที่ 0%
  • มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป: กำหนดปริมาณในโควตาปีละ 83,000 ตัน โดยมีอัตราภาษีในโควตาอยู่ที่ 27%

2. มาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องเกษตรกรไทย

แม้จะมีการเปิดตลาดตามกรอบ WTO แต่ ครม. ย้ำชัดถึงมาตรการควบคุมที่รัดกุมเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตและราคาสินค้าภายในประเทศ:

  • กำแพงภาษีนอกโควตา: ยังคงกำหนดอัตราภาษีนอกโควตาไว้ในระดับสูง เพื่อสกัดกั้นการนำเข้าที่เกินความจำเป็นและปกป้องสินค้าของเกษตรกรไทย
  • บริหารจัดการช่วงเวลา: กำหนดช่วงเวลานำเข้าให้สอดคล้องกับฤดูกาลผลิต โดยจะไม่ให้นำเข้าในช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
  • การกำกับดูแลเข้มงวด: มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ระบบโควตาและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้สหกรณ์การเกษตรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้วย

3. วัตถุประสงค์และเหตุผลความจำเป็น

การเปิดตลาดครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่สินค้าที่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ และหอมหัวใหญ่ชนิดแห้ง/ผง หรือสินค้าที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ซึ่งหากขาดแคลนจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

หมายเหตุสำคัญ: มติ ครม. ในครั้งนี้ถือเป็นการอนุมัติในหลักการเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง โดยหลังจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะมีการนำเรื่องนี้เสนอให้พิจารณาทบทวนอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในขณะนั้นตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar