ทำเนียบรัฐบาล – คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี) โดยรัฐบาลยืนยันเดินหน้าปราบปรามเชิงรุกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ผนึกกำลังหลากหน่วยงาน บูรณาการตรวจสอบเข้มข้น กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานหลัก ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน, ตำรวจ, DSI, สำนักงาน ปปง., ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กอ.รมน. เพื่อร่วมกันสกัดกั้นขบวนการนอมินี โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจและค้ากับกรมที่ดิน และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนิติบุคคลและคนต่างด้าวที่อาจเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
งัดเทคโนโลยี AI สแกนกลุ่มเสี่ยง 6 ธุรกิจเป้าหมาย รัฐบาลยกระดับการตรวจสอบผ่าน ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคล (IBAS) ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กรมพัฒนาธุรกิจและค้านำมาใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลและคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง โดยมุ่งเป้าตรวจสอบใน 6 ประเภทธุรกิจสำคัญ ได้แก่:
มาตรการเชิงรุกพื้นที่ท่องเที่ยวและผลการจับกุม กรมที่ดินได้กำชับสำนักงานที่ดินทั่วประเทศให้ตรวจสอบการได้มาซึ่งที่ดินอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว หรือการรับโอนที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ขณะเดียวกันมีการปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ท่องเที่ยวและแหล่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สำคัญ เช่น ในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งตรวจพบนิติบุคคลนอมินีถือครองที่ดินรวมกว่า 72 ไร่ และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังได้นำเทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศและโดรนมาใช้สำรวจการถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนเพื่อป้องกันการแอบอ้างอีกทางหนึ่ง
เตรียมยกเครื่องกฎหมายและบทลงโทษ เพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว รัฐบาลอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายสำคัญ ได้แก่:
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานในส่วนที่รับผิดชอบให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และแจ้งความคืบหน้าต่อผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป