โฆษกรัฐบาลย้ำ รัฐบาลบริหารน้ำไร้รอยต่อ ประสานกรุงเทพฯ สมุทรปราการ กรมชลประทาน และ สทนช. เร่งช่วยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงข้อมูลสภาพอากาศและแนวโน้มฝน พร้อมการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนฝนระลอกใหม่ 9–13 ตุลาคม โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันตก โดยนางสาววิรงรอง สุขา นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดเผยในการแถลงของศูนย์ว่า การพยากรณ์อากาศในเดือนตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

สำหรับช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 คาดว่าจะมีฝนระลอกใหม่ เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูฝน โดยมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้แต่ละพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา ดังนี้

- วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้นบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช ระนอง และยะลา
- วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชและพังงา
- วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พัทลุง สงขลา และสตูล
- วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และตรัง
- วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ภาคใต้ยังคงมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดระนองและยะลา

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังได้ โดยขอให้ประชาชนวางแผนการดำเนินชีวิตและการเดินทางด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศและข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มดีขึ้น แม้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงประมาณชั่วโมงละ 1–2 เซนติเมตร จึงคาดว่า หากประเมินร่วมกับปริมาณฝนที่ตกลงมา อาจสามารถปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันระบายอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดการระบายเป็นขั้นบันไดตามสถานการณ์

สำหรับปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำบางไทรอยู่ที่ประมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจากการตรวจสอบของกรุงเทพมหานคร ระดับน้ำในบางจุดยังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 95 เซนติเมตร และบางจุดต่ำกว่าประมาณ 1.20 เมตร สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีแนวโน้มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง

สำหรับลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 98.5 ของความจุอ่างฯ โดยมีการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ และยังคงระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการบริเวณเขื่อนแม่กลองตอนล่าง ปัจจุบันมีการระบายน้ำประมาณ 1,127 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่แม่น้ำแม่กลองบริเวณท้ายเขื่อนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 1,300–1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีระดับต่ำกว่าฝั่งซ้าย

สำหรับจังหวัดเพชรบุรี ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. คาดว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 10–12 ตุลาคม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์แล้ว

นายไพฑูรย์กล่าวถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ว่า จากการคาดการณ์มีปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ประมาณ 2,100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเกือบ 10 เท่าของความจุเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยมวลน้ำส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ด้านตะวันออกหรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง

เมื่อพิจารณาสัดส่วนของลุ่มน้ำ พบว่า ปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำบางปะกงมีสัดส่วนประมาณ 4 เท่าของลุ่มน้ำปราจีนบุรีและนครนายก ขณะที่บริเวณลุ่มน้ำในพื้นที่ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณคลองท่าลาด มีปริมาณน้ำประมาณ 2–3 เท่า อย่างไรก็ตาม ลักษณะภูมิประเทศบริเวณด้านตะวันออกของจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งมีภูเขาสูง ทำให้มวลน้ำเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและถูกผลักข้ามแนวคันโครงการพระองค์ไชยานุชิตเข้าสู่พื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดฉะเชิงเทรา

จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของยุโรปล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พบว่ามวลน้ำบางส่วนถูกผลักเข้ามาอยู่ในพื้นที่ระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรากับกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้บริหารจัดการและระบายน้ำอย่างไร้รอยต่อ โดยเริ่มตั้งแต่พื้นที่นครนายก องครักษ์ และบางส่วนของบางน้ำเปรี้ยว รวมถึงพื้นที่ระหว่างแนวคันโครงการพระองค์ไชยานุชิต

ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการและเร่งผลักดันน้ำลงสู่คลองชายทะเลให้เร็วที่สุด ขณะที่บริเวณคลองชายทะเล กรมชลประทานได้เร่งสูบน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับต่ำ ส่วนคลองสำโรง หน่วยงานท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้เร่งระบายน้ำเช่นกัน เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากพื้นที่โดยรอบ

เมื่อกรุงเทพมหานครสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้แล้ว จะสามารถเปิดรับน้ำบางส่วนเพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่รอยต่อได้เพิ่มเติม ขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว บ้านโพธิ์ และราชสาส์น จะเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำประมาณ 4 จุด พร้อมเร่งสูบน้ำในพื้นที่สำคัญ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน

นายไพฑูรย์กล่าวว่า แม้ปริมาณน้ำในปีนี้จะมากกว่าปี 2556 แต่เนื่องจากมวลน้ำส่วนหนึ่งถูกผลักเข้าสู่พื้นที่ระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันตกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้ระดับน้ำสูงสุดคาดว่าจะต่ำกว่าปี 2556 อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ จึงได้ระดมกำลังและทรัพยากรของทุกหน่วยงานลงพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง

โฆษกรัฐบาลกล่าวในช่วงท้ายว่า รัฐบาลได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำแบบไร้รอยต่อ โดยมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ และเร่งคลี่คลายผลกระทบในพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาโดยเร็วที่สุด


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar