วันที่ฟ้าสว่างสดใส ณ อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน

คุณพิมพร รุ่งรชตะวาณิช หรือ “คุณก้อย” ในวัยสาววันนั้น ได้เตรียม “กระเป๋าเงิน” ชิ้นงามที่สุดจากร้าน เพื่อถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
“ตอนนั้นไม่รู้จะใส่ชุดอะไรดี เลยเลือกชุดแต่งงานของตัวเอง ซึ่งเป็นชุดอิ้วเมี่ยน เพราะอยากให้สมพระเกียรติที่สุดเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้”
เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงบริเวณที่คุณก้อยยืนอยู่ ท้องฟ้าที่เคยร้อนจ้า กลับร่มเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ พระองค์ทอดพระเนตรมาที่เธอ พร้อมตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนว่า “กางเกงสวยมาก ปักเองไหม ปักนานไหม กระเป๋าเงินนี้ขายเท่าไหร่”
คุณก้อยเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ตอนนั้นตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก จำได้แค่สายพระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยพระเมตตาอย่างที่สุด”
ของขวัญแห่งพระเมตตา หลังจากถวายของแล้ว พระองค์เสด็จต่อ แต่ไม่นานนัก มีคุณหญิงท่านหนึ่งเดินย้อนกลับมาบอกให้เธอเข้าไปในศาลาทรงงาน
เมื่อเข้าเฝ้าใกล้ชิดอีกครั้ง พระองค์ตรัสว่า “ตุ้มหูสวยมาก ขอพระราชินีดูหน่อยได้ไหม”
คุณก้อยถอดตุ้มหูส่งถวาย พระองค์ทรงชมว่า “สวยมาก” แล้วรับสั่งว่า
“ใส่ไว้อย่างเดิมเถิดเจ้า”

ก่อนเสด็จกลับ พระองค์พระราชทาน ซองหนึ่งซอง พร้อม ถุงยังชีพขนาดใหญ่
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอพบว่าในซองนั้นมี เงินจำนวน 10,000 บาท
“ดิฉันเก็บซองและเงินนั้นไว้ในลิ้นชักสูงสุด ถือเป็นเงินสิริมงคลของครอบครัว และนับแต่นั้นมาก็ยึดอาชีพช่างเครื่องเงินมาจนถึงทุกวันนี้”
ถ่ายทอดความทรงจำ สู่งานสร้างสรรค์แห่งความภาคภูมิใจ
เมื่อก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน คุณก้อยได้นำซองและเงินจำนวน 10,000 บาทนั้นใส่พาน ตั้งไว้ให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เห็น พร้อมเล่าเรื่องนี้แก่ทุกคน
“เพื่อให้รู้ว่า พระองค์ท่านไม่เคยรับของจากประชาชนโดยไม่ทรงตอบแทน
พระองค์ทรงมีพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้”
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันนี้ บริษัท ดอยซิลเวอร์ แฟคตอรี่ จำกัด พร้อมลูกหลาน พนักงาน ช่างเงินจังหวัดน่าน และพี่น้องชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยนทั่วประเทศ
ขอน้อมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดยจัดทำ เข็มกลัดริบบิ้นเงินแท้ เพื่อถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
เข็มกลัดมีทั้งไซซ์เล็กและไซซ์กลาง จำนวน 1,000 อัน สามารถผลิตภายในระยะเวลา 10 วัน
“ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”
